บทความ » สิ่งบ่งชี้สถานการณ์อีกหนึ่งสัญญาณสันติสุข …. ที่เบตง!!!

สิ่งบ่งชี้สถานการณ์อีกหนึ่งสัญญาณสันติสุข …. ที่เบตง!!!

5 เมษายน 2018
574   0

อีกหนึ่งสัญญาณของสันติสุขที่ปลายด้ามขวาน เมื่อ กอ.รมน. เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ  ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา แล้วใช้กฎหมายความมั่นคงแทน

          สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ด้ามขวานของไทยที่ดำเนินมากว่า 13 ปี และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาเป็นลำดับ โดยสัญญาณสันติสุขที่เกิดขึ้นล่าสุด ก็คือ การแถลงข่าวของ  พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)   ภายหลังการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน  ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.พ.61  ซึ่งได้แถลงว่า  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (กอ.รมน.)  ได้เสนอให้ปรับลดพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ออกจากพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน  เพื่อที่จะนำพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  พ.ศ.2551  หรือ “พ.ร.บ.ความมั่นคง”  มาบังคับใช้แทน เนื่องจากผลการประเมิน อ.เบตง จังหวัดยะลา ตามตัวชี้วัดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

          จากฐานข้อมูล พบว่าในระหว่างเดือนมกราคมปี  2547  ถึงเดือนตุลาคม 2560  มีเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยรวม โดยไม่แยกเหตุส่วนตัวกับเหตุความมั่นคงทั้งสิ้น  19,711 เหตุการณ์  โดยในช่วงเวลาดังกล่าว  มีผู้เสียชีวิต 6,643 ราย บาดเจ็บ 13,182 ราย  หากพลิกดูในรายละเอียดจะพบว่าตั้งแต่ ปี 2556 ซึ่งเริ่มการพูดคุยกับฝ่ายผู้เห็นต่าง เหตุการณ์ความไม่สงบลดลงเป็นขั้นๆ ตามลำดับ โดยเฉพาะในปี 2560 ที่ผ่านมา   พบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น 432 เหตุ  เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคง 140 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 99 คน  และบาดเจ็บ 219 คน  เมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์กับปี 2559  พบว่า  เหตุความมั่นคงลดลง  182 เหตุการณ์  คิดเป็นร้อยละ 77  ส่วนการสูญเสียลดลง 226 คน   คิดเป็นร้อยละ 43  

          เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง 3 จังหวัด  จะพบว่ายะลาจัดเป็นจังหวัดที่มีสถิติการก่อเหตุน้อยที่สุด และเมื่อเจาะลึกลงไปรายอำเภอของจังหวัดยะลา ก็จะพบว่า อำเภอเบตง มีสถิติการก่อเหตุน้อยที่สุดในจังหวัดยะลา และยังครองสถิติการก่อเหตุน้อยที่สุดใน 37 อำเภอในพื้นที่อีกด้วย มองทางด้านเศรษฐกิจอำเภอเบตง ทำรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 2,500 ล้านบาท/ปี   มีมูลค่าในการค้าขายชายแดนมากกว่า 3,500 ล้านบาท/ปี  โดยคิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 3,300 ล้านบาท  และมูลค่าการนำเข้ากว่า  200 ล้านบาท/ปี  ซึ่งทำให้เห็นภาพได้ว่า อ.เบตง  มีสถิติการเกิดเหตุด้านความมั่นคงลดลง  ขณะที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดใน 37 อำเภอ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  

           ซึ่งการปรับลดการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงในพื้นที่ อ.เบตงในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมเรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”  ซึ่ง อ.เบตง เป็น 1 ใน 3 อำเภอนำร่อง  โดยได้กำหนดให้เป็นเมืองต้นแบบ “การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development City) ซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ ที่สำคัญรองรับไว้  เช่น เร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพื้นเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต  อาทิ เร่งรัดการก่อสร้างสนามบินเบตงตามมาตรฐานสากล การพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม และเส้นทางการคมนาคมสายใหม่มายังเบตง  ซึ่งรวมทั้งการปรับปรุงผังเมือง และระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น

 

หากคณะรัฐมนตรี มีมติตามที่ กอ.รมน.เสนอ  โดยยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ  ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา แล้วใช้กฎหมายความมั่นคงแทน จะทำให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวมทั้งสิ้น 37 อำเภอ  มีการใช้กฎหมายพิเศษต่างกัน  โดยพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 31 อำเภอ ยังคงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนอีก 6 อำเภอคือ   4 อำเภอรอยต่อของจังหวัดสงขลา กับ อ.แม่ลาน จังหวัดปัตตานี และ อ.เบตง จังหวัดยะลา จะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้ว นี่คือสิ่งที่บ่งชี้ถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้นของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสันติสุขที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้…..ที่ปลายด้ามขวาน

 

โดยก๊ะเจ๊าะแจ๊ะ

———————————–