สถานการณ์ชายแดนใต้ » ศาลสั่งประหารชีวิต “นายอิบรอเฮมฯ” คดีลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต

ศาลสั่งประหารชีวิต “นายอิบรอเฮมฯ” คดีลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต

16 กรกฎาคม 2018
755   0

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีศาลจังหวัดปัตตานีพิพากษาลงโทษ “นายอิบรอเฮมฯ” คดีลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต

วันนี้ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 พันเอก ธนาวีร์  สุวรรณรัตน์ รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีศาลจังหวัดปัตตานี มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายอิบรอเฮม สุไหงบารู ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่พนักงานอัยการ เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นายอิบรอเฮม  สุไหงบารู ในความผิดคดี ลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพราน 2208 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2556 พื้นที่ บ้านกอตอรานอ หมู่ที่ 1 ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี  ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 1 นาย และคดีอื่นๆ ตามหมาย ป.วิอาญา จำนวน  3 หมายนั้น เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ศาลชั้นต้นจังหวัดปัตตานี ได้มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต นายอิบรอเฮม  สุไหงบารู

โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหาร นายอิบรอเฮม  สุไหงบารู ได้เคยก่อคดี มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย ประกอบด้วย

กรณียิงพระสงฆ์และราษฎร เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 7 ราย ในพื้นที่ ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2557  ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อ 12 กันยายน 2556  8 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย โดยในห้วงที่ผ่านมาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้กระทำความผิด ก็จะต้องถูกลงโทษ ซึ่งผลคำพิพากษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้

กรณีปล้นชิงทรัพย์รถยนต์ ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก เมื่อ 1 สิงหาคม 2556

กรณียิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 2208 เสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ในพื้นที่

จากพฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยที่ได้ก่อเหตุถึง 3 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย โดยในห้วงที่ผ่านมาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้กระทำความผิด ก็จะต้องถูกลงโทษ ซึ่งผลคำพิพากษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้

นอกจากนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงยึดมั่น ในหลักการบังคับใช้กฎหมาย และแนวทางสันติวิธีด้วยความเที่ยงธรรม และตามติดทุกคดี เพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

 

 

 

—————————-