บทความ » ยอมรับสารภาพ โทษหนักจะได้เป็นเบา…โทษประหารชีวิต อาจลดโทษจำคุกไม่กี่ปี

ยอมรับสารภาพ โทษหนักจะได้เป็นเบา…โทษประหารชีวิต อาจลดโทษจำคุกไม่กี่ปี

21 กันยายน 2018
190   0

ถ้าจำเลยทั้ง 2 คน ให้การยอมรับในชั้นสอบสวนเหมือนกับให้การยอมรับในชั้นซักถาม ศาลคงเมตตาลดโทษให้อีก คงไม่ต้องมาถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตหรือติดคุกตลอดชีวิต เหมือนกับคดีหลายคดีที่ศาลเมตตาลดโทษให้เพราะรับสารภาพตั้งแต่ต้น  ยอมรับสารภาพแต่ต้น โทษหนักจะได้เป็นเบา

ย้อนคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ กรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุระเบิด Big C ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2560 เหตุการณ์ครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นการก่อเหตุหวังสังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะก่อเหตุในห้างสรรพสินค้าที่มีพี่น้องประชาชนซื้อของจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยส่วนมากจะเป็นผู้หญิงและเด็ก และเหตุดังกล่าวยังส่งผลกระทบเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในพื้นที่

สำหรับรถยนต์ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนำมาก่อเหตุ พบว่าเป็นรถยนต์ของ นายนุสน ขจรคำ หนุ่มชาวยะลาซึ่งถูกกปล้นฆ่าในมัสยิดแล้วนำรถไปทำคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซี ก่อนจะพบศพ นายนุสนฯ 2 วันหลังเกิดเหตุโดยสภาพศพ มีบาดแผลหลายจุด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ลำคอ บริเวณใบหน้าถูกตีด้วยของแข็ง จมูกหัก รอบดวงตา และแก้มฉีกขาด มีรอยมัดเชือกที่ลำคอ เท้า และถูกจับมัดมือไพล่หลัง และถูกนำศพไปโยนทิ้งคลองในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมนายสะมะแอ มามะ อดีตโต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านใหม่ เนื่องจากกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าชิงรถยนต์นายนุสน ขจรคำ นำไปประกอบระเบิด โดยถูกจับกุม เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 60 ซึ่งผลการซักถาม นายสะมะแอ มามะ ให้การยอมรับสารภาพจนนำไปสู่การพบศพนายนุสนฯ และยังซัดทอดผู้สั่งการและผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายสุไฮมี สะมาแอ ถูกซัดทอดว่าเกี่ยวข้องกับการร่วมวางแผน และ เป็นผู้สั่งการให้ นายสะมะแอฯ เตรียมมัสยิดฯ สำหรับก่อเหตุ ซึ่งผลการซักถามยอมรับสารภาพว่าร่วมประชุมวางแผนกับพวกและประสานงานในการเตรียมสถานที่ฆ่าและชิงรถยนต์กระบะ นายนุสนฯ จริง ทั้งนี้ได้นำชี้สถานที่ร่วมก่อเหตุ ทั้งหมด ร่วมถึงซัดทอดผู้ร่วมประชุมวางแผนอีกด้วย  ทั้งสองคนให้การรับสารภาพและทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 60 

ล่าสุด เมื่อ 20 ก.ย. 2561 ผู้พิพากษา ศาลจังหวัดปัตตานี อ่านคำพิพากษาคดีระเบิด ห้างสรรพสันค้า Big C ปัตตานี ให้ลงโทษประหารชีวิต นายสะมะแอ มามะ และนายสุไฮมี สะมาแอ แต่ให้การยอมรับสารภาพในชั้นซักถาม จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกตลอดชีวิต โดยให้ จำขังจำเลยทั้ง 2 คน ในระหว่างอุทธรณ์

ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน, ชั้นอัยการ และชั้นศาล โดยอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ ดังนั้น อัยการฯ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ซักถามหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 43 นำประกอบภาพ VDO คำรับสารภาพ และนำชี้จุดที่เกิดเหตุ ในการสอบปากคำเป็นพยานขึ้นเบิกความต่อศาลฯ จึงนำไปสู่การพิพากษาลงโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ถ้าจำเลยทั้ง 2 คน ให้การยอมรับในชั้นสอบสวนเหมือนกับให้การยอมรับในชั้นซักถาม ศาลคงเมตตาลดโทษให้อีก คงไม่ต้องมาถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตหรือติดคุกตลอดชีวิต เหมือนกับคดีหลายคดีที่ศาลเมตตาลดโทษให้เพราะรับสารภาพตั้งแต่ต้น  ยอมรับสารภาพแต่ต้น โทษหนักจะได้เป็นเบา

คงไม่ต้องติดคุกตลอดชีวิตแบบนี้ นี่คงเป็นบทเรียนชีวิตสำหรับใครหลายคนที่หลงผิดเชื่อกลุ่มขบวนการ ครอบครัวต้องเดือดร้อน อยู่แบบหลบซ่อน ถูกติดตามจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ตนเองต้องติดคุกครอบครัวหาเงินต่อสู้คดี นี่ถ้าไม่เข้าไปยุ่งกับกลุ่มขบวนการ ตนเอง และครอบครัวคงไม่เดือดร้อนอย่างนี้.

 

 

 

———————