ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ » “รวมพลคนบูโด” มอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จชต.

“รวมพลคนบูโด” มอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จชต.

25 กันยายน 2018
432   0

ปัตตานี – แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด และมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในงานกิจกรรมรวมพลคนบูโด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 10.30 น. ณ ที่โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดกิจกรรมรวมพลคนบูโด ขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โดยมีพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด และมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน

โดยการจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ได้เห็นถึงความจริงใจจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 และได้แก้ไขปัญหามีความก้าวหน้าเป็นไปตามลำดับ พร้อมทั้งได้มีการมอบหนังสือรับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินให้กับประชาชน ซึ่งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอ ได้รับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครอง ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง และมอบโฉนดที่ดิน จำนวน 50 ราย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจากส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ และเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จำนวน 9 อำเภอ 25 ตำบล 89 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และบริเวณใกล้เคียงจากปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จำนวนทั้งสิ้น 890 คน

ทั้งนี้ นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เมื่อ พ.ศ.2542 ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 9 อำเภอ 25 ตำบล 89 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส 7 อำเภอ จังหวัดปัตตานี 1 อำเภอ และจังหวัดยะลา 1 อำเภอ ทำให้พื้นที่เขตอุทยานฯ ทับซ้อนที่ดินทำกินของประชาชน ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อน 20,926 ครัวเรือน จำนวน 23,015 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ 127,612 ไร่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ กล่าวคือประชาชนที่มีอาชีพทำสวนยางพารา สวนผลไม้ ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว ประชาชน ไม่สามารถตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดอายุเพื่อปลูกใหม่ทดแทน หรือขอรับทุนจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางของทางราชการ ไม่สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินของตนเองตามประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในการใช้ฐานทรัพยากรเพื่อการดำรงชีพ และเป็นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามไปปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้านรัฐ

โดยรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว ได้มีการออกสำรวจและรับรองการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินของราษฎร และดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด- สุไหงปาดี เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

 

 

 

————————-