บทความ » “บังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง”

“บังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง”

3 ตุลาคม 2018
2000   0

 

ลมใต้ สายบุรี

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้โดยใช้นโยบาย “กฎหมายนำ การทหารตาม การเมืองขยาย” มุ่งใช้กระบวนการทางกฎหมายนำการปฏิบัติการทางทหาร เป็นมาตรการที่เดินมาอย่างถูกทาง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงได้เป็นจำนวนมาก มีการเก็บพยานหลักฐานเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้พยานหลักฐานดังกล่าวมีความเที่ยงตรงใช้ประกอบสำนวนคดีในการฟ้องร้องผู้ต้องหาในชั้นศาลอีก อีกทั้งกระบวนการซักถามของเจ้าหน้าที่มีส่วนสำคัญที่เป็นข้อมูลขั้นต้นว่ามีความเกี่ยวพันกับคดีหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการก่อเหตุ นำไปสู่การฟ้องดำเนินคดีซึ่งศาลรับฟังผลจากการซักถาม

บทเรียนจากการบังคับคดีการก่อการร้าย หรือก่อกบฏ ผู้ก่อเหตุรุนแรงได้มีการวางแผนเป็นอย่างดีเพื่อเลี่ยงการทิ้งพยานหลักฐานในที่ก่อเหตุ มีการเตรียมการในการลงมือ ซึ่งหากขาดพยานหลักฐานในการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา การต่อสู้ในชั้นศาลขาดน้ำหนักนำไปสู่การยกฟ้องคดี

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการเรียกร้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องของความเสมอภาคเท่าเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมาย และมีมาตรฐานเดียวกันไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ-มุสลิม หรือคนกลุ่มไหนก็แล้วแต่  ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การดูแลพื้นที่หมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง ปัญหาด้านยาเสพติด การค้าสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรที่จะได้รับการดูแล

ขณะที่ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ท่านใหม่พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่พบปะพูดคุยรับฟังความคิดเห็นกับพี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส ณ วัดประชุมชลธารา จ.ปัตตานี  ณ วัดตุยง และพื้นที่ จ.ยะลา พบปะพี่น้องไทยพุทธ ณ วัดเมืองยะลา ซึ่งได้รับข้อมูลข้อเสนอแนะต่างๆ จากประชาชนในพื้นที่มากมาย พลโทพรศักดิ์ ระบุว่าจะดำเนินการเรื่องยาเสพติด ลุยกวาดล้างในทุกหมู่บ้านเป็นอันดับแรกๆ เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อเยาวชน และบุคคลในครอบครัว โดยจะใช้กฎหมายในการเข้าดำเนินการ และจะไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด

การมุ่งจัดการกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นอันดับแรก ไม่ได้หมายความว่านโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านใหม่จะไม่ให้น้ำหนักกับเรื่องอื่นๆ แต่ “ภัยแทรกซ้อนไฟใต้” ถือว่าเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่สุดของสถานการณ์ความไม่สงบตลอดเกือบ 15 ปีที่ผ่านมา เพราะเรื่องนี้ทีมงานของ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ยืนยันว่า ท่านแม่ทัพ เข้าใจปัญหาภาคใต้เป็นอย่างดีว่ามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งแนวคิดแบ่งแยกดินแดน การต่อต้านรัฐไทย รวมไปถึงปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และภัยแทรกซ้อนจากยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งมีการย้ำอย่างชัดเจนจากแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านใหม่ว่า “จะใช้กฎหมายในการเข้าดำเนินการ และจะไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด”

นั่นแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้กฎหมายนำ การทหารตาม การเมืองขยาย ไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในแก้ปัญหา มาตรการปิดล้อม ตรวจค้น จะดำเนินการเท่าที่จำเป็น รวมทั้งเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกำลังต้องเป็นไปตามขั้นตอน และมีหลักฐานชี้แจงได้ทุกเหตุการณ์ จะช่วยลดแรงกระเพื่อมและความคลุมเครือในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จากการตั้งข้อสงสัยและนำไปสู่การฟ้องร้องละเมิดสิทธิจากองค์กรภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหว และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เป็นความหวังในการนำสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่ในเร็ววัน

*****************