บทความ » เบื้องหลังเหตุคนร้ายยิง ผอ.รร.บ้านน้ำบ่อ-ฆ่าสองแม่ลูกรับเหมา

เบื้องหลังเหตุคนร้ายยิง ผอ.รร.บ้านน้ำบ่อ-ฆ่าสองแม่ลูกรับเหมา

5 ตุลาคม 2018
2235   0

ลมใต้ สายบุรี

หตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในห้วงต้นเดือนตุลาคมซึ่งอยู่ในช่วงการเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจดูแลรับผิดชอบพื้นที่ คนร้ายได้อาศัยช่วงจังหวะดังกล่าวชิงลงมือก่อเหตุโดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มคนไทยพุทธในพื้นที่ จำนวน 2 เหตุการณ์ด้วยกัน ในขณะที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้คุมกำลังในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเดินสายพบปะพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธเพื่อรับฟังปัญหา

เหตุการณ์แรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 เวลา 07.55 น. คนร้ายจำนวน 4 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำนวน 2 คัน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. ยิงนายถวิล แซ่ฮ่ำ ผอ.โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กระสุนพลาดเป้า นายถวิลจึงใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับ 2 นัด ทำให้รถจักรยานยนต์ของคนร้ายล้มลงและวิ่งหนีเข้าไปในป่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนสาย 2007 บ้านพ่อมิ่ง ม.3 ต.พ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

เหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เวลา 08.37 น. คนร้ายจำนวน 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำนวน 2 คัน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.  ยิงราษฎรไทยพุทธสองแม่ลูกเสียชีวิต จำนวน 2 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ น.ส.อารมย์ จอมเพ็ชร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนนายกวินท์ ชวิศสกุล ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ทุ่งยางแดง

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อพี่น้องไทยพุทธทั้ง 2 เหตุการณ์ หากมองผิวเผินของคนทั่วไปต้องฟันธงทันทีว่าเป็นเหตุความมั่นคงมีความเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ เป็นฝีมือของกลุ่ม ผกร. ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่โดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มพี่น้องไทยพุทธ หวังผลให้เกิดความหวาดระแวงพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมสร้างความเกลียดชังระหว่างพี่น้องสองศาสนา

ข้อมูลเชิงลึกจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 เหตุการณ์ อาจเกิดจากความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจหรือในเรื่องส่วนตัวก็อาจจะเป็นไปได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จชต. ที่มีการนำเสนอข่าวสารรายวันไม่ได้เกิดจากเหตุความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ยังเกิดจากเหตุความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัว ปัญหาธุรกิจ ปัญหาภัยแทรกซ้อน เรื่องการเมืองท้องถิ่น ความชัดเจนทั้งสองคดีจะมีการตรวจสอบปลอกกระสุนและวัตถุพยานในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจชี้ชัดทันทีถึงความเชื่อมโยงอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มไหน รวมทั้งความคืบหน้าของการซักถามผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามการเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้งเร่งให้การดูแลอย่างเต็มที่กับครอบครัวผู้ท่สูญเสีย

การควานหาตัวคนร้ายเพื่อจับตัวมาดำเนินคดีและรับโทษทางกฎหมาย นอกจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วยังต้องขอความร่วมมือไปยังพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ จากชุมชน และสังคมที่จะมีส่วนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ในการแจ้งเบาะแสคนร้าย เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายควบคุมติดตามตัว นำผู้กระทำความผิดมาลงโทษดำเนินคดีต่อไป

*****************