สถานการณ์ชายแดนใต้ » โฆษกแถลง กรณี อส.ทพ.กระทำอนาจารเด็กนักเรียน กองทัพไม่นิ่งเฉย มทภ.4 สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด

โฆษกแถลง กรณี อส.ทพ.กระทำอนาจารเด็กนักเรียน กองทัพไม่นิ่งเฉย มทภ.4 สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด

20 ตุลาคม 2018
608   0

โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจงกรณีทหารพรานได้กระทำอนาจารเด็กนักเรียน  ถึงจะอ้างว่าถูกกล่าวหา แต่เป็นพฤติกรรมที่ขัดกับนโยบายของ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และกฎเหล็กของเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองทัพไม่นิ่งเฉยสั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ปลดออกจากราชการทันที พ่วงดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมือง

เมื่อ 20 ตุลาคม 2561 เวลา 0900 พันเอก ปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อความในเฟสบุ๊ค ชื่อ Nurul lkwan ลงข้อความเกี่ยวกับ อาสาสมัครทหารพราน สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4306 ได้กระทำอนาจารนักเรียนชั้น ป.6 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลปุโล๊ะปูโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และภายหลังได้มีการแชร์ข้อความดังกล่าว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงให้ทราบดังนี้

  1. พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หากพบเป็นเรื่องจริงให้ลงโทษทั้งทางวินัยขั้นสูงสุด และดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น
  2. จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อ 18 สิงหาคม 2561 ภายหลังเกิดเหตุครูประจำชั้นได้นำนักเรียนคนดังกล่าวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.หนองจิก โดยระบุว่าสงสัยถูกล่วงละเมิดทางเพศแต่ไม่ได้มีการตรวจร่างกายแต่อย่างใดทั้งนี้ภายหลังทราบเหตุ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4306 ได้พยายามเข้าไปสร้างความเข้าใจ และไกล่เกลี่ยโดยยินยอมจ่ายเงินค่าเสียหายแต่ไม่ได้รายงานให้หน่วยเหนือได้รับทราบจนปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว
  3. จากพฤติกรรมที่ปรากฏของ อาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวแม้จะอ้างว่าไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศแต่ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับนโยบายของ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และกฎเหล็กของเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น โดยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดด้วยการปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวออกจากราชการตั้งแต่ วันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ควบคุมตัว ณ หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 จนกว่าพนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก จะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายต่อไป
  4. ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยให้กำกับดูแล และกวดขันวินัยกำลังพลอย่างเคร่งครัดพร้อมกับขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขอให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารทราบ หรือโทร สายด่วน 1341 หรือแจ้งผ่าน ตู้ ปณ.41 ปณจ.ยะลา 95000 และหากพบมีการกระทำความผิดจริงจะมีมาตรการลงโทษสถานหนัก