บทความ » มุ่งบิดเบือน สร้างความเกลียดชัง โดยมิได้คำนึงถึงความบอบช้ำทางจิตใจของเด็กและครอบครัว

มุ่งบิดเบือน สร้างความเกลียดชัง โดยมิได้คำนึงถึงความบอบช้ำทางจิตใจของเด็กและครอบครัว

24 ตุลาคม 2018
703   0

ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ด้วยการปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวออกจากราชการแล้วปัจจุบันได้ควบคุมตัว วอนใช้วิจารณญาณในการนำเสนอข่าวและคำนึงถึงผลกระทบต่อยุวชนและครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบด้วย

“ลมใต้สายบุรี”

ตามที่ได้ปรากฏข้อความในเฟซบุ๊ก ได้มีการเผยแพร่ข่าวสาร อาสาสมัครทหารพราน สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4306 ได้กระทำอนาจารนักเรียนชั้น ป.6 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ปุโละปูโย        อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ภายหลังได้มีการแชร์ข้อความดังกล่าว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางนั้น ผอ.รมน.ภาค 4 ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและได้สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุครูประจำชั้นได้นำนักเรียนคนดังกล่าว ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.หนองจิก โดยระบุว่า สงสัยถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ไม่ได้มีการตรวจร่างกายแต่อย่างใด

จากพฤติกรรมที่ปรากฏของ อาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวแม้จะอ้างว่าไม่ได้มีการล่วงละเมิดทางเพศแต่ถือเป็นพฤติกรรมที่ขัดกับนโยบายของ ผอ.รมน.ภาค 4 และกฎเหล็กของเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดด้วยการปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวออกจากราชการตั้งแต่ วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

จากกรณีนี้ ปรากฏความเคลื่อนไหวของสื่อและองค์กรภาคประชาสังคมบางองค์กร  ขยายผลและบิดเบือนข่าว ว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานข่มขืนเด็กอายุ 12 ปี เพื่อลดความน่าเชื่อถือ สร้างความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบทางจิตใจของเด็กและครอบครัวซึ่งบอบซ้ำจากเหตุการณ์และต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง ได้รับความอับอาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นแค่การอนาจาร ไม่ได้มีการข่มขืนแต่ประการใด ที่สำคัญ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดของข้าราชการ ด้วยการปลดอาสาสมัครทหารพรานคนดังกล่าวออกจากราชการทันที และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จึงขอให้สื่อและภาคประชาสังคม ได้ใช้วิจารณญาณในการนำเสนอข่าว ในกรณีดังกล่าว ว่าผลจากการมุ่งโจมตีอีกฝ่าย โดย มิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อยุวชนและครอบครัวนั้น แสดงถึงการขาดจรรยาบรรณของสื่อที่ดี และฝากไปยังพี่น้องประชาชนในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเสพข้อมูลข่าวสารจะต้องใช้วิจารณญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อสังคมออนไลน์  สื่อโซเชียลมีเดียที่มีความรวดเร็วในการนำเสนอข้อมูล แต่ข้อมูลอาจจะไม่ครอบคลุมรอบด้าน หรือไม่ครบถ้วน หรือมีการบิดเบือน ฉะนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน โดยเฉพาะการแชร์ต่อข้อมูล “ต้องคิด ก่อนแชร์” มิเช่นนั้นเราจะตกเป็นเครื่องมือและเป็นแนวร่วมมุมกลับ  ทำลายสังคมการอยู่ร่วมกับแบบพหุวัฒนธรรม ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน มีความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ จะต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกระบวนการยุติธรรมไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ  หากกระทำความผิดจะมีมาตรการลงโทษสถานหนักทั้งทางวินัยและอาญา  ช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐหากพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขอให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารทราบ หรือโทร สายด่วน 1341 หรือแจ้งผ่าน ตู้ ปณ.41 ปณจ.ยะลา 95000

 

 

————————-