ภัยแทรกซ้อน » จับยาเสพติดทะลักเข้าไทยพฤศจิกายนเดือนเดียว ยึดยาบ้าเกือบ 30 ล้านเม็ด มูลค่ารวมกว่า 4.5 พันล้านบาท

จับยาเสพติดทะลักเข้าไทยพฤศจิกายนเดือนเดียว ยึดยาบ้าเกือบ 30 ล้านเม็ด มูลค่ารวมกว่า 4.5 พันล้านบาท

5 ธันวาคม 2018
298   0

ฝ่ายความมั่นคง ยังคงเกาะติดเครือข่ายขบวนการ สามารถติดตามสกัดจับและยึดยาเสพติดได้ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในแต่ละครั้งจำนวนมาก เดือนพฤศจิกายน 2561 ยึดยาบ้าได้กว่า 29 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 132 กก. เฮโรอีน 274 กก. กัญชา กระท่อมและฝิ่น กว่า 10,000 กก. มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ถึง 12,118 คน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาล เดือนพฤศจิกายน 2561 โดยสรุป ภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดในแหล่งพักคอยนอกประเทศ เริ่มทยอยลักลอบลำเลียงเข้าไทยปริมาณมากขึ้นต่อเนื่อง ผ่านพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่บางส่วนลักลอบเข้าทางน้ำ ผ่านทะเล จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง

ฝ่ายความมั่นคง ยังคงเกาะติดเครือข่ายขบวนการ สามารถติดตามสกัดจับและยึดยาเสพติดได้ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในแต่ละครั้งจำนวนมาก สำหรับพื้นที่ในเมือง ประชาชนให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแสเครือข่ายผู้ค้าในพื้นที่มากขึ้น เป็นผลให้เจ้าหน้าที่กวาดล้างจับกุมยาเสพติดทั่วประเทศ เดือนพฤศจิกายน 2561 ยึดยาบ้าได้กว่า 29 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 132 กก. เฮโรอีน 274 กก. กัญชา กระท่อมและฝิ่น กว่า 10,000 กก. มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ถึง 12,118 คน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง

พลเอก ประวิตร ย้ำฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญงานข่าวเชิงลึกและความเชื่อมโยง โดยให้ทำลายตัดวงจรเครือข่ายขบวนการทั้งหมดต่อเนื่องกันไป พร้อมกำชับขอให้ทหารคุมเข้มมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดนทั้งเส้นทางธรรมชาติ รวมทั้งจุดผ่านแดนทางบกและทางน้ำ

สำหรับพื้นที่ชั้นในและเขตเมือง ขอให้ตำรวจและฝ่ายปกครอง รุกปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายผู้ค้าและแหล่งพักยาเป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบให้หมด รวมทั้งให้เร่งสนองตอบการแจ้งเบาะแสจากประชาชน พร้อมทั้งขอให้ฝ่ายปกครองในทุกจังหวัด อำเภอ รวมทั้ง กทม.เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ร่วมทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุขและชุมชนในพื้นที่ ช่วยดึงลูกหลานที่เป็นผู้เสพ ออกมาบำบัดฟื้นฟูและติดตามช่วยเหลือต่อเนื่องให้หายขาด เพื่อกลับเป็นอนาคตที่ดีของสังคมต่อไป