ภัยแทรกซ้อน » ค้น 10 เป้าหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดนราธิวาส

ค้น 10 เป้าหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดนราธิวาส

19 ธันวาคม 2018
5110   0

ฝ่ายความมั่นคงเปิดปฏิบัติการใหญ่กวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยสนธิกำลังกันเข้าปิดล้อมตรวจค้นถึง 10 เป้าหมายใน จ.นราธิวาส หลังจากยึดของกลางล็อตใหญ่ได้ที่แม่สายเมื่อไม่นานมานี้ โดยทั้งหมดเป็นเครือข่ายที่สั่งซื้อยาจากภาคเหนือให้ส่งที่ชายแดนใต้ ก่อนกระจายข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และขายให้เอเย่นต์ในพื้นที่สามจังหวัด

          เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน ตำรวจ และ ป.ป.ส. สนธิกำลังประมาณ 200 นาย กระจายเข้าค้น 5 จุด 10 เป้าหมายใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยเป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ทางภาคเหนือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และพบหลักฐานว่ามีเครือข่ายอยู่ใน อ.สุไหงโก-ลก เป็นทั้งผู้สั่งซื้อยาเสพติด เป็นแหล่งพัก และจำหน่ายต่อในพื้นที่ รวมทั้งส่งข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเม็ดเงินส่วนหนึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ด้วย

          เป้าหมายสำคัญที่เข้าตรวจค้นจับกุม คือ นายทรงวุฒิ ปัญญา หรือ “แบงก์” ถูกจับกุมได้ที่บ้านในซอยประชาวิวัฒน์ 20 ต.สุไหงโก-ลก

          ประวัติของนายทรงวุฒิ เคยถูกออกหมายจับในคดีปล้นทรัพย์ และถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 มี.ค.54 นอกจากนั้นยังมีหมายจับในคดีครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ม.ค.54 ทั้งยังเคยเป็นอดีตทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 และเป็นลูกเขยของ นายมาลีแซ อาแว ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ถูกจับที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ได้ยึดบัญชีเงินฝากธนาคาร อาวุธปืน ทองรูปพรรณ และนาฬิกาข้อมือแบรนด์ดัง กระเป๋าและเข็มขัดแบรนด์เนม แต่นายทรงวุฒิอ้างว่าเป็นสินค้ามือ 2 ที่นำมาขายผ่านช่องทางออนไลน์

 

          อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุม คือ นายอิสมาแอ บินสูดิง และ นายอาหมัด บินสูดิง โดยจับกุมได้ที่บ้านในซอยประชาวิวัฒน์ 21 ต.สุไหงโก-ลก เช่นกัน ตรวจค้นภายในบ้านพบเงินสด 1 ล้านบาท ห่อหุ้มอย่างดี ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน แต่ นายอิสมาแอ อ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการค้าน้ำมันเถื่อน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังยึดอาวุธปืนและรถยนต์ไปตรวจสอบ

          ถัดจากซอยประชาวิวัฒน์ 21 ไปเพียงไม่กี่ซอย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าใส่ในหลอด ฝังกระจายอยู่ตามพื้นดินในพงหญ้ารกร้าง และบางส่วนมีร่องรอยถูกเผาทำลาย

          ต่อมา พล.ต.จตุพร กลัมพสุต รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ และนำของกลางบางส่วนมาแถลง ซึ่งมีบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่รวมอยู่ด้วย

          รองแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่า การควบคุมตัว นายอิสมาแอ บินสูดิง และ นายอาหมัด บินสูดิง พร้อมเงินสด 1 ล้านบาท เป็นการขยายผลจากการประสานข้อมูลกับสำนักงาน ป.ป.ส. โดยคนสั่งยาเสพติดอยู่ที่สุไหงโก-ลก แต่ของกลาง คือไอซ์ 300 กิโลกรัม และเฮโรอีน 5 กิโลกรัม ถูกยึดได้ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เครือข่ายนี้เป็นข่ายงานค้ายาเสพติด แต่ทำธุรกิจสีเทาเพื่อเอามาบังสีดำ แล้วเอามาฟอกด้วย ดังนั้นเมื่อทำธุรกิจสีเทา เจ้าหน้าที่อาจจะมองแค่ผิวเผินแบบไม่ค่อยให้ความสนใจ เครือข่ายก็จะก็อาศัยช่องทางนี้ในการฟอกเงิน

          “เราเอาเรื่องบุหรี่เป็นคดีก่อน เพราะเจตนาเราต้องการทำลายข่ายงานด้วยกระบวนการทางกฎหมาย เพราะคนพวกนี้ไม่เเตะยา เราจึงเอาผิดคดียาเสพติดลำบากมาก เมื่อพวกนี้ทำธุรกิจสีเทา ค้าของหนีภาษี สินค้าหลบเลี่ยงภาษี เราก็ดำเนินคดีในส่วนนี้ และเป็นความผิดมูลฐานสำหรับการยึดทรัพย์โดยใช้กฎหมายฟอกเงิน เราก็เอาบุหรี่มาจับ แล้วมาดำเนินคดีบุหรี่ เอาศุลกากรเข้ามาดำเนินการฐานความผิดฟอกเงิน แล้วให้ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) มารับต่อ ส่วนตัวบุคคลก็ให้เอาไปขยายผลเพื่อให้ได้เครือข่ายทั้งหมด” รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

          พล.ต.จตุพร บอกด้วยว่า สิ่งที่ต้องค้นหาต่อไปก็คือการฟอกเงินมีวิธีการอย่างไร เพราะคนเหล่านี้มีธุรกิจสีขาว เป็นธุรกิจพื้นฐานตามปกติ จากนั้นเอามาฝากสีเทา และเอาสีเทามาคลุมสีดำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการทั้งขบวนการ ทั้งระบบ ส่วนเงิน 1 ล้านบาทที่ยึดได้ จะฝากให้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน แล้วนำเงินก้อนนี้ส่งตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษว่าปนเปื้อนสารเสพติดหรือไม่

         อนึ่ง ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดเป็นนโยบายที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความสำคัญมากที่สุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยตั้งเป้าปิดล้อมตรวจค้น 7,000 เป้าหมายภายใน 3 เดือน เพราะมองว่าปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดประเภทต่างๆ โดยเฉพาะยาบ้า ไอซ์ และน้ำกระท่อม เป็นต้นตอของหลายๆ ปัญหาในพื้นที่ และเป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนยิ่งกว่าปัญหาความไม่สงบเสียอีก

          โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน ฝ่ายทหาร ตำรวจ และ ป.ป.ส.สามารถจับกุมไอซ์ล็อตใหญ่ที่ส่งลงพื้นที่ภาคใต้ น้ำหนักมากกว่า 10 ตัน โดยยาล็อตนี้ แยกเป็น 3 เส้นทาง คือ ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านทางทะเล ในช่องทางจังหวัดสตูล ส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันผ่านทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกระจายยาลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีกลุ่มผู้เสพจำนวนไม่น้อย

—————————————————————————————-