บทความ » คนเลี้ยงปลาดุก แต่มีปืนอาก้า?

คนเลี้ยงปลาดุก แต่มีปืนอาก้า?

12 มกราคม 2019
7310   0

              จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10  ม.ค.62 เวลา 1150 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน แต่งกายชุดดำคล้าย จนท. ทำทีเข้ามาตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับ จนท.ชคต. จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าใส่ จนท.ชคต.ประจัน ขณะทำการ รปภ.โรงเรียนบ้านบูโกะ หมู่ที่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นเหตุทำให้ จนท.อส.ชคต. เสียชีวิต จำนวน 4 นาย  และคนร้ายได้นำอาวุธปืน HK-33 จำนวน 4 กระบอก หลบหนีไปด้วย หลังก่อเหตุคนร้าย ได้โปรยตะปูเรือใบ และวางวัตถุต้องสงสัยบนถนน เพื่อป้องกันการติดตาม

              หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังไล่ล่าติดตามกลุ่มคนร้ายทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นทีมก่อเหตุ พบเบาะแสของคนร้ายหลายจุด เช่น บริเวณริมคลองมานิง (รอยต่อระหว่าง อำเภอยะรัง กับอำเภอเมืองปัตตานี) พบรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าของคนร้ายถอดทิ้งไว้ จากนั้นกลุ่มคนร้าย ว่ายน้ำข้ามคลอง แล้วขโมยรถหลบหนีต่อ แต่ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้มีแค่ 6 คน ยังมีคนดูต้นทาง ทีมสนับสนุนอีก  คนร้ายชุดแรก 2 คน ที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ใกล้ๆ มัสยิดกรือเซะ คาดว่าเป็นฝ่ายส่งกำลังบำรุง หลักฐานที่ได้เป็นเสื้อผ้า อาหาร และอุปกรณ์ยังชีพหลายรายการ ควบคุมตัวคนร้ายได้ 1 คน คือ นายมะกรี อิสอปุเต๊ะ ซึ่งมีเพจเด็กเลี้ยงแกะ อ้างว่าเขาจะไปมัสยิดเพื่อละหมาด แล้วมีรถของเจ้าหน้าที่ขับ ตามหลังมา ยิงนายมะกรี ทำให้รถเสียหลักตกข้างทางบาดเจ็บเล็กน้อยและถูกจับกุม  ซึ่งในความเป็นจริง เขาหลบหนีการจับกุมของ จนท. จนจวนตัว จึงไปคว้าอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้มายิงต่อสู้ จนท.จนได้รับบาดเจ็บ และนำอาวุธปืนไปทิ้งลงคลอง

             จากการตรวจสอบประวัติ นายมะกรี  อิสอปุเต๊ะ เป็นแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง บ้านอยู่อำเภอ สะบ้าย้อย จ.สงขลา มาอาศัยอยู่กับภรรยาที่ปัตตานี ส่วนคนร้ายอีกคนหลบหนีไปได้ หลังจากนั้นได้ควบคุมตัว นายมะกรี อิสอปุเต๊ะ ไปชี้จุดทิ้งปืนริมคลองกรือเซ๊ะ ซึ่งพบปืน Ak-47 จำนวน 1 กระบอกพร้อมแม็กกาซีน และพบร่องรอยเลือดของคนร้ายอีกคน ที่บาดเจ็บ  นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) สิ่งของที่ตรวจยึดได้ และล่าสุดได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าคนร้าย จำนวน 6 คน แต่งกายใส่เสื้อกล้าม เข้าไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านในเส้นทางหลบหนี แล้วได้ชิงรถจักรยานยนต์ไป 2 คัน เจ้าหน้าที่ ตรวจพบกองเสื้อผ้า อีก 2 ถุง บริเวณริมคลองมะนิง ซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซ๊ะ คาดว่า เป็นจุดที่คนร้ายถอดเสื้อผ้า หลบหนีลงคลอง ก่อนจะมาเอารถจักรยานยนต์ของผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้าน 2 คัน หลบหนีไป

             จากเหตุการณ์นี้ มีความชัดเจนทั้งพฤติกรรมและหลักฐาน ว่านายมะกรี  อิสอปุเต๊ะ และพวก เป็นกลุ่มแนวร่วม ก่อเหตุรุนแรง อย่ามาเป่าหูชาวโซเซียลในสื่อสังคมออนไลน์ ว่า “ชาวบ้านคนนี้ เขาเลี้ยงปลาดุกและรับส่งไส้ไก่ที่บ่อดินทุกวัน” แปลกดี ที่คนเลี้ยงปลาดุก แต่มีปืนอาก้า เอาไว้ยิงปลาดุกให้ออกมากินไส้ไก่กระมัง  หลักฐานทั้งเสื้อผ้า รอยเลือด จักรยานยนต์ ชัดเจน  ยังจะเฉไฉนำเสนอข่าวแบบไร้เหตุผล เพียงหวังโจมตีการปฏิบัติงานและลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตลอดเวลา นำเสนอข่าวสารแบบเด็กเลี้ยงแกะ อย่างงี้ พวกเราชาวโซเซียล ยังควรติดตามข่าวช่องสื่อนี้อีกหรือ…???????