บทความ » นาทีระทึกใจระหว่างการปิดล้อมที่ บ้านท่าด่าน อ.ยะหริ่ง

นาทีระทึกใจระหว่างการปิดล้อมที่ บ้านท่าด่าน อ.ยะหริ่ง

13 มกราคม 2019
4182   0

             กรณีที่เกิด เหตุปะทะในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 คน ตรวจยึดอาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอก และ ปืนพก 9 มม. 1 กระบอก จนท.ได้รับบาดเจ็บ 1 นายและเด็กหญิง อายุ 8 ขวบเจ็บ 1 คนนั้น  เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปฏิบัติการต่อเนื่อง   จากเหตุคนร้าย แต่งกายเลียนแบบ จนท.ทพ.

เพื่อลอบยิง จนท.อส. ขณะ รปภ. โรงเรียน บ้านปูโกะ อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 นายและต่อมา จนท. ได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย บริเวณใกล้มัสยิดกรือเซ๊ะ  สามารถควบคุมตัวคนร้ายได้ 1 คนและหลบหนีไป 1 คน     โดยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่า คนร้ายได้หลบหนีมาพักรักษาตัวในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง ปัตตานี  โดยใน วันที่ 12 มค. 62 เวลา 05.00 น.  ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ผบ.ฉก.ทพ.43 ผบ.ฉก.ทพ.42 พร้อมกำลังทหารพรานและตำรวจ ร่วมกว่า 100 นาย เข้าทำการปิดล้อม บ้านเลขที่ 152/2 บ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

            เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ขณะที่กำลังจะจอดรถกระบะ  คนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งหลบในบ้านเปิดฉากยิงใส่ จนท.ทันที  ทำให้รถ จนท.ถูกยิงจนเสียหาย และเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดลงจากรถ กระจายกำลังปิดล้อมบ้าน   คนร้ายหลบในบริเวณบ้านที่มีเด็กและผู้หญิงอยู่ด้วย      เพื่อหวังจะใช้เด็กและผู้หญิงเป็นเกราะกำบังอย่างไร้ศักดิ์ศรี  และยังคงยิงใส่ เจ้าหน้าที่ เป็นระยะๆ   ทำให้ อส.ทพ.ธิตา บัวงาน เจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 43 ถูกกระสุนปืนที่แขนและขา   ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้รีบช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปัตตานี ระหว่างนั้น มีเสียงผู้หญิงเจ้าของบ้าน ตะโกนร้อง ในบ้านมีเด็กถูกยิง   จน พันเอก หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทหารพราน 43 ได้ยินเสียงตะโกนนั้น  จึงตัดสินใจ เสี่ยงตายวิ่งเข้าไปในบ้าน เพื่อเข้าไปช่วยอุ้มเด็กน้อยออกมาพร้อมแม่  เพื่อรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด      พบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บกระสุนเฉี่ยวที่ด้านหลัง ซึ่งหนูน้อย อาการปลอดภัยแล้ว

            เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชน เข้ามายังจุดเกิดเหตุ ทำการเกลี่ยกล่อม เจรจากับคนร้าย  แต่ไม่เป็นผลและคนร้ายได้เปิดฉากยิงอีกครั้ง ทำให้สถานการณ์เพิ่มความตึงเครียดและมีการยิงปะทะกันอีกระลอก ปรากฏว่าคนร้ายทั้งสองใช้จังหวะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อเปิดเส้นทางหลบหนี ก่อนจะวิ่งหนีออกจากหลังบ้าน ปรากฏว่าได้เกิดประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่อีกชุดที่ปิดล้อมจึงยิงปะทะดุเดือด จนกระทั่งคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิตทั้ง 2 ราย

            จากการตรวจสอบ   ทราบชื่อ นาย อับดุลเลาะ  เจะหลง อาศัยอยู่ ใน ม.3  ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี

 มีหมายจับ 1 หมาย และนายอับดุลเลาะ สาแม อาศัยอยู่ใน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง มีหมายจับ จำนวน 6 หมาย และพบอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 รุดมาตรวจเยี่ยมที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย จากนั้น ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมบาดเจ็บ ด.ญ.คอยรุนฮิบตีซาน หาแว อายุ 8 ปี ที่ รพ.ปัตตานี ด้วยความเป็นห่วง พร้อมมอบกระเช้าและตุ๊กตาคิตตี้ตัวโต ให้และไปเยี่ยม อส.ทพ.ธิตา บัวงาน อส.ทพ.ฉก.ทพ.43 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปะทะด้วย และที่ยังความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ของทั้งสองคน คือ พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ผจว.ปัตตานี อัญเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ทั้งสองด้วย

           จากเหตุการณ์นี้  เจ้าหน้าที่ ได้ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยพยายามให้ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน เจรจา เกลี่ยกล่อม ผู้ก่อเหตุครั้งแล้ว ครั้งเล่า ให้มอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย แต่คนร้ายกลับยิงใส่เจ้าหน้าที่จนต้องดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาด ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่คนใด ต้องการให้เกิดการสูญเสียในลักษณะนี้ เพราะสุดท้าย คนที่เจ็บปวดและเป็นทุกข์ที่สุด ก็คือ พ่อ แม่ ลูก เมีย ของพวกเขานั่นเอง มิใช่ขบวนการ ?

 

                              *******************************************************