สถานการณ์ชายแดนใต้ » “ความจริงที่ต้องเปิดเผย” เหตุปะทะที่ยะหริ่ง

“ความจริงที่ต้องเปิดเผย” เหตุปะทะที่ยะหริ่ง

23 มกราคม 2019
8441   0

พันเอก ปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจง “เหตุปะทะที่ยะหริ่ง ความจริงที่ต้องเปิดเผย”

 วันนี้ (23 มกราคม 2562) เวลา 09.30 น. ที่ เรือนรับรองมณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พันเอก ปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าติดตามจับกุมและปะทะคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 7 หมาย, ตรวจยึดอาวุธปืน AK.47 จำนวน 1 กระบอก และปืนพก 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และเด็กอายุ 8 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดเมื่อ 12 มกราคม 2562 เวลา 0400 – 0800 ณ บ้านเลขที่ 152/2 บ้านท่าด่าน หมู่ 3 ตำบลตะโล๊ะกาโปร์ อำเภอ   ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

 ภายหลังเกิดเหตุ เมื่อ 13 มกราคม 2562 เวลา 1213 เฟชบุ๊ก Anchana Heemmina ได้โพสต์ภาพข่าวจากกรณีเหตุปะทะดังกล่าว โดยกล่าวอ้างว่ากระสุนมาจากนอกตัวบ้านมาโดนเด็ก และเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ออกจากบ้าน และต่อมาสำนักข่าว Wartani ได้เผยแพร่คลิ๊ปสัมภาษณ์ นางสะมะเลาะ  อาแว อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นยายของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำหลานที่ได้รับบาดเจ็บออกจากบ้าน และกล่าวอ้างว่าเงินหายไปจากบ้าน 15,000 บาท หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในบ้าน ต่อมาภายหลังได้มีการแชร์คลิ๊ปและวิจารณ์โจมตี การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง ในการนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจง ให้ทราบดังนี้

การเข้าบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ทั้งนี้ภายหลังจอดรถบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายที่อยู่บริเวณหลังบ้านใช้อาวุธปืนยิงใส่เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของ นายมิ  สาแม อายุ 55 ปี เจ้าของบ้านที่ให้การว่าเมื่อรถเจ้าหน้าที่มาจอดหน้าบ้านกลุ่มคนร้ายทั้ง 2 คน ซึ่งอยู่ภายในบ้านได้วิ่งออกไปทางประตูหลังบ้านก่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และจากการตรวจสอบภายหลังพบว่ามีรอยกระสุนทะลุจากประตูห้องครัวหลังบ้านเข้ามา 1 นัด ก่อนทะลุเข้าผนังคอนกรีตภายในบ้าน ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่พยายามตะโกนให้บุคคลในบ้านออกมาแต่ไม่มีใครออกมาโดยไม่รู้ว่าภายในบ้านมีคนร้ายอยู่กี่คน ต่อมาภายหลังทราบว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บภายในบ้าน จึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอน เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กทั้งๆ ที่กลุ่มคนร้ายยังคงระดมยิงใส่ตลอดเวลา จนนำไปสู่การช่วยเหลือเด็กออกมาได้อย่างปลอดภัย จึงสามารถยืนยันได้ว่ากระสุนที่ยิงโดนเด็กไม่ใช่จากเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปรวบรวมพยานหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุและตรวจค้นภายในบ้าน  โดยมี นายมิ  สาแม เจ้าของบ้านเป็นผู้นำตรวจ เพื่อป้องกันการกล่าวหาในภายหลังว่าทรัพย์สินสูญหายซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่มักจะถูกนำมาใช้กล่าวอ้างภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน มีข้อสังเกตุว่า     หากพบว่าทรัพย์สินได้รับความเสียหายหรือสูญหายจริง จะต้องแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มิใช่มากล่าวอ้าง  แบบไร้หลักฐานให้สังคมเข้าใจผิดและทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย

 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้สังคมสนใจสาระสำคัญของเหตุการณ์และพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้ภายในบ้านทั้งอุปกรณ์รักษาพยาบาล, ถุงน้ำเกลือและยารักษาโรค ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของ นายมิ  สาแม ที่สารภาพว่าคนร้ายทั้ง 2 คน ได้เข้ามาพักรักษาตัวในบ้านหลังดังกล่าว ตั้งแต่ 11 มกราคม 2562 เวลา 0450 จนถึงเวลาเกิดเหตุเมื่อ 12 มกราคม 2562 เวลา 0430 โดยไม่แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนไปยังบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สำหรับเจ้าของบ้านนอกจากมีความผิดฐานให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุรุนแรงแล้ว จะต้องตรวจสอบพฤติกรรมเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการก่อเหตุรุนแรงด้วยหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับกรณีการเผยแพร่คลิปการให้สัมภาษณ์ของ นางสะมะเลาะ  อาแว โดยสำนักข่าว Wartani หากตรวจสอบแล้วเป็นเจตนาที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้นเช่นกัน

 

 

—————————–