สถานการณ์ชายแดนใต้ » เผยเหตุย้าย 10 ตม. “สระแก้ว-ปัตตานี” ปมปล่อยต่างด้าว”กัมพูชา”เข้าประเทศ

เผยเหตุย้าย 10 ตม. “สระแก้ว-ปัตตานี” ปมปล่อยต่างด้าว”กัมพูชา”เข้าประเทศ

3 กุมภาพันธ์ 2019
955   0

เผยเหตุสั่งย้าย 10 ตม. “สระแก้ว-ปัตตานี” ปมปล่อยต่างด้าว “กัมพูชา”เข้าประเทศ ย้ำการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

          เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์  2562 ที่สำนักงานตำตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงนามคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการที่ ศปก.สตม. และแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตำรวจ ตม.ด่านสระแก้ว 7 นาย และ หัวหน้าด่าน ตม.ปัตตานีและพวก 3 ราย  ว่า คำสั่งดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดความเป็นธรรม ให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 10 นายไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.สตม. โดยขาดจากต้นสังกัด มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

          “สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม เจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนปอเนาะมัตรอลาตุลฟาละห์ หมู่ 4 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการฝึกการต่อสู้ในช่วงเวลากลางคืน โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา มีบางส่วนหนังสือเดินทางหมดอายุ และบางส่วนไม่มีหนังสือเดินทาง จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเข้ามาในประเทศไทยทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว จึงมีการตั้งกรรมการสอบตำรวจ ตม.จ.สระแก้ว และ ตม.จ.ปัตตานี ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่พักอาศัยของชาวกัมพูชากลุ่มดังกล่าว” รองโฆษก ตร.กล่าว

          รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์   ผบช.สตม. เน้นย้ำนโยบายการป้องกันอาชญากรรมในทุกพื้นที่ กวาดล้างคนต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง แยกคนร้ายออกจากคนดี ควบคู่ไปกับการส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่คนต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ ในหลักการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีอำนาจพิจารณาปฏิเสธการเข้าเมือง และผลักดันบุคคลออกนอกประเทศได้หากมีการกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง และบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมหรือประวัติสุ่มเสี่ยง ที่เป็นภัยและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ให้เรื่องดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนาย การปฏิบัติหน้าที่จะต้องเกิดความชัดเจนในการใช้ดุลยพินิจ ยึดหลักตามกรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่สามารถกระทำได้

          “ส่วนของการสืบสวนข้อเท็จจริงนั้น ทางคณะกรรมการจะดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตามกรอบของระยะเวลา มีความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับการป้องกันเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะเพิ่มความเข้มการออกป้องกันปราบปรามบุคคลที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง และชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุเกี่ยวกับความมั่นคงเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

 

 

……………………………………………………..