สถานการณ์ชายแดนใต้ » ศาลจังหวัดยะลาพิพากษา ผกร. จำคุกตลอดชีวิต อีก 2 รายจำคุก 15 ปี จากเหตุป่วนใต้

ศาลจังหวัดยะลาพิพากษา ผกร. จำคุกตลอดชีวิต อีก 2 รายจำคุก 15 ปี จากเหตุป่วนใต้

21 กุมภาพันธ์ 2019
7491   0

ศาลชั้นต้นจังหวัดยะลาได้พิจารณาคดีจำเลย ข้อหาก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ฐานฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ความผิดพ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิดฯ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และจำเลยอีก 2 ราย คดีลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าปี 60 ในพื้นที่ จ.ยะลา ศาลตัดสินจำคุก 15 ปี และอีกรายให้การรับสารภาพ จำคุก 9 ปี 12 เดือน

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.62 เวลา 08.00 น. ศาลชั้นต้นจังหวัดยะลา ได้พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อ.942/61 โดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายนูวา ปาเนาะ จำเลย จากเหตุการณ์ ผกร. ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ เหตุเกิดที่บ้านคลองชิง หมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา เมื่อ 8 มกราคม 2552 ข้อหาก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ฐานฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทำตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ความผิดพ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิดฯ

ศาลชั้นต้นจังหวัดยะลาพิพากษา “จำคุกตลอดชีวิต” โดยวิเคราะห์จากพยานหลักฐานเชื่อว่า จำเลยมีความผิดจริงตามฟ้องโจทก์ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ประกอบกับการเบิกความของผูใหญ่บ้าน ว่ารู้จักกับจำเลยก่อนวันเกิดเหตุ เนื่องจากอยู่หมู่บ้านใกล้กันและในวันเกิดเหตุพยานอยู่ในที่เกิดเหตุและมองเห็นหน้าจำเลยประมาณ 2 นาทีก่อนที่จะมีการปะทะ รวมทั้งจำเลยได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบพื้นที่เก็บอาวุธและเสบียงอาหารตามคำให้การ ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยมีความผิดจริงตามฟ้อง

ในเวลาต่อมา เวลา 10.00 น. ศาลชั้นต้นจังหวัดยะลา ได้พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อ.372/61 และ อ.876/61  โดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายอับดุลเลาะ เจ๊ะสะมาแอ จำเลยที่ 1 นายแวมะยูกี สือเมาะจำเลยที่ 2 จากเหตุการณ์เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ต.พร่อน – ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อ 7 เมษายน 2560 ข้อหาก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร พ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิดฯ

ศาลชั้นต้นจังหวัดยะลา ได้พิพากษา “จำคุก 15 ปี” นายแวมะยูกี สือเมาะ และนายอับดุลเลาะ เจ๊าะสะมะแอ  ความผิดก่อการร้ายฯ อั้งยี่ และมีวัตถุระเบิด แต่นายอับดุลเลาะ เจ๊ะสะมะแอ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ลดโทษ 1 ใน 3  คงเหลือ จำคุก 9 ปี 12 เดือน และขังจำเลยทั้ง 2 คนไว้ในระหว่างอุทธรณ์

ผลจากคำพิพากษาดังกล่าว เป็นไปตามพยานหลักฐานและลักษณะฐานความผิด และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งบังคับใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ, รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม เพื่อนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จนนำไปสู่คำพิพากษาดังกล่าว ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังให้ความสำคัญกับหลักการบังคับใช้กฎหมายด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และปฏิบัติทุกขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวัง และ เท่าเทียมกัน

————————–