บทความ » อูลามะในอินโดนีเซียเรียกร้องให้หยุดใช้คำว่า “กาเฟร” เพื่อใช้เรียกกลุ่มคนที่ไม่ใช่มุสลิม….

อูลามะในอินโดนีเซียเรียกร้องให้หยุดใช้คำว่า “กาเฟร” เพื่อใช้เรียกกลุ่มคนที่ไม่ใช่มุสลิม….

2 มีนาคม 2019
770   0

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ประชาชนนับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลกแต่ก็เต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยเฉพาะความเชื่อความศรัทธา เคยคุยกับเพื่อนคนอินโดนีเซีย เขาเคยบอกว่า บางครอบครัวเมื่อแต่งงานกับศาสนิกอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนา บางหลังคาเรือนจึงมีทั้งอิสลามและคริสต์อยู่ด้วยกัน ฟังแล้วเราก็ว่าแปลกเอาการ เพราะไม่รู้มาก่อนว่ามีเช่นนี้ด้วย

แม้จะเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลกก็ตาม แต่ธงชาติของประเทศนี้ก็มิได้มีสัญลักษณ์ใด ๆ ที่สื่อไปถึงความเป็นอิสลามเลย ไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์เสี้ยวหรือตัวอักษรอาหรับเหมือนประเทศมุสลิมอื่น มีเพียงสีแดงและสีขาวเท่านั้น โดยสีแดงหมายถึงความกล้าหาญและอิสรภาพ ส่วนสีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์และยุติธรรม และสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าหลักแห่งสังคมพหุวัฒนธรรมที่อินโดนีเซียพยายามดึงผู้คนที่แตกต่างเหล่านี้รวมเข้ามาเป็นชาติในฐานะพลเมืองอินโดนีเซีย

อย่างกรณีหนึ่งที่น่าสนใจ คือ Nahdlatul Ulama องค์กรอูลามะหรือผู้รู้ทางศาสนาของอินโดนีเซียมีการเรียกร้องให้เลิกเรียกคนอินโดนีเซียที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามว่า “กาเฟร” (kafir) – (infidel) เพราะเห็นว่าการใช้คำดังกล่าวสะท้อนถึงความรุนแรงเชิงแนวคิด แต่ขอให้เรียกประชาชนชาวอินโดนีเซียทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมว่า muwathinun หรือพลเมือง (Citizen) เพื่อให้เป็นคำเรียกที่เท่าเทียมกัน พวกเขาเห็นว่าทุกคนนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประเทศนี้ขึ้นมา

ประเด็นการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มมุสลิมกับกาเฟร หรือผู้ปฎิเสธอิสลาม และบ่อยครั้งใช้ในการเรียกผู้อื่นในสถานการณ์ความขัดแย้ง เช่น ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเมื่อปีที่แล้วคนบางกลุ่มในอินโดนีเซียเองก็มีการรณรงค์ไม่ให้เลือกนักการเมืองที่ถูกเรียกว่าเป็นกาเฟรหรือคนนอกศาสนา ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน การใช้กาเฟรยังถูกนำไปเรียกในเชิงลบต่อนิกายชีอะห์หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่มีแนวปฎิบัติแตกต่างไปจากนิกายซุนนี่ที่ชาวอินโดนีเซียนับถือ คิดว่าเพื่อต้องการไม่ให้คนอินโดนีเซียที่ไม่ใช่มุสลิมรู้สึกถึงความแปลกแยกในสังคมส่วนใหญ่ ท่าทีขององค์กรอูลามะจึงเป็นเช่นนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่านับถือในฐานะที่เป็นองค์กรศาสนาที่ยึดมั่นในคุณค่าดั้งเดิมที่สร้างประเทศนี้ขึ้นมา

 

————————

News Desk : The Jakarta Post