บทความ » วิเคราะห์ผลการปฏิบัติต่อฐาน ผกร. ที่นราธิวาส

วิเคราะห์ผลการปฏิบัติต่อฐาน ผกร. ที่นราธิวาส

5 มีนาคม 2019
2386   0

          เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่ม ผกร.บนภูเขาที่ จ.นราธิวาสที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่สามารถยึดฐานที่พักชั่วคราว อาวุธปืนกระสุน อุปกรณ์ประกอบระเบิด เช่น เมื่อ 12 ธ.ค.61  ปะทะยึดปืนและที่พัก 10 หลัง วันที่ 11 ก.พ.62 ปะทะบนบนภูเขาบ้านไอลาคอ ผกร.ตาย 2 ศพ(นายอูเซ็ง เจ๊ะมิง, นายมูฮัมหมัดซากีริน สาแม) ยึดอาวุธปืน M16 ได้ 2 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิด ขยายผลติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง

          จากการใช้มาตรการดังกล่าวกดดันให้ ผกร. ต้องหลบหนีขึ้นป่าภูเขาไม่กล้าที่จะหลบซ่อนตัวในหมู่บ้าน ใช้ชาวบ้านเป็นเกราะกำบังอำพรางตัวอีกต่อไป อีกทั้งยังจำกัดเสรีในการเคลื่อนไหวทำการก่อเหตุ แยกโจรออกจากชาวบ้าน จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในการติดตามไล่ล่าฐานที่พักพิงบนป่าภูเขา อย่างเช่นเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าพิสูจน์ทราบจากแหล่งข่าวภาคประชาชน บริเวณเชิงเขาหมู่ที่ 5 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้พบกับกลุ่มคนร้ายประมาณ 4-5 คน อาวุธครบมือ จึงเกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 30 นาที จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีขึ้นไปบนเทือกเขาทิ้งรอยเลือดไว้เป็นจำนวนมาก จากการปะทะ  นายมาหะมะ บูละ ผกร.ระดับปฏิบัติการเสียชีวิต ผู้ตายมีหมาย ป.วิ อาญาติดตัว 2 หมาย เจ้าหน้าที่ยังทำการตรวจยึดอาวุธปืน M16 พร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิด ที่พักและอุปกรณ์ยังชีพอีกจำนวนหลายรายการ

          ถัดมาวันที่ 3 มีนาคม เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าขยายผลติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและหลบหนี ได้ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบบริเวณพื้นที่เชิงเขาบ้านจือกอ ต.ตุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งห่างจากจุดปะทะเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ประมาณ 10 กม. ได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายอีกหลายระลอก หลังการปะทะเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบพบฐานที่พักชั่วคราวหลายหลัง อุปกรณ์ยังชีพจำนวนหนึ่ง และรอยหยดเลือดเป็นจำนวนมาก ส่วนคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มของ นายอิสมะแอ มะหนุ๊ ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการซึ่งหลบหนีจากการปะทะที่รือเสาะและเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ดังกล่าว

          จะเห็นได้ว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการเข้าพิสูจน์ทราบปิดล้อมตรวจค้นในแต่ละครั้ง จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมายนั้น เกิดจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ซึ่งไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่นิยมความรุนแรงเลยแจ้งเบาะแสเข้ามา

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐมุ่งเน้นการใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดควบคู่กับการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนกระจายไปทุกชุมชนทุกหมู่บ้านเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติสุข ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ “แนวทางสันติวิธี” การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวทีหนึ่งที่จะทำให้ความขัดแย้งที่ใช้ความรุนแรงนั้นลดระดับลงไป นำความต้องการของพี่น้องประชาชนไปคุยกับผู้เห็นต่าง เพื่อจะได้เกลี่ยความเห็นต่างที่สุดขั้วมาอยู่ที่ความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ประชาชนจะได้ประโยชน์จากความร่วมมือในการจัดเวทีของภาครัฐจนถึงระดับหมู่บ้าน…

———————-