สถานการณ์ชายแดนใต้ » ชี้แจงไม่ได้ซ้อมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง ผลแพทย์ชี้ชัด! เกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลัน

ชี้แจงไม่ได้ซ้อมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง ผลแพทย์ชี้ชัด! เกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลัน

23 มีนาคม 2019
2012   0

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงทหารไม่ได้ซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง ผลแพทย์ชี้ชัด ลื่นล้มในห้องน้ำเกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลัน เตรียมดำเนินคดีนักสิทธิมนุษยชนและสื่อที่นำเสนอข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริง

วันที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่เรือนรับรองค่ายอิงคยุทธบริหาร  อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงชี้แจง กรณีนายมะสุกรี สาและ ผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุรุนแรงได้ลื่นล้มในห้องน้ำภายในศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารและโรงพยาบาลปัตตานี ปัจจุบันอาการปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุมีหลายองค์กรออกมาเคลื่อนไหวชี้นำว่าเกิดจากการซ้อมทรมาน รวมทั้งมีสื่อบางสำนักได้อ้างคำสัมภาษณ์นายมะสุกรี กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่า ได้ซ้อมทรมานอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้ล้มในห้องน้ำ และมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงและดังปรากฏเป็นข่าวนั้น ภายหลังเกิดเหตุ พลโท   พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงให้สังคมทราบโดยมีผลคืบหน้าดังนี้ 

สรุปผลการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลปัตตานีระบุสาเหตุของการลื่นล้มจากผลการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่า เกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลันทำให้มีอาการอ่อนแรงซีกขวาและเสียการทรงตัว ซึ่งอาการดังกล่าวหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องตามมาตรฐานและทันเวลาจากเจ้าหน้าที่อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือพิการได้ ทั้งนี้โรคดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้าและไม่จำเป็นต้องมีโรคประจำตัวเช่นความดันหรือภาวะเครียด

สำหรับข้ออ้างว่าถูกซ้อมอย่างรุนแรงในขณะที่ควบคุมตัว ณ หน่วยซักถาม ตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนตามระเบียบตั้งแต่การรับตัว ตรวจร่างกาย การซักถามและความเป็นอยู่ทั่วไปโดยผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติตั้งแต่ตื่นนอน ละหมาด ทานอาหาร พักผ่อน และให้ญาติมาเยี่ยมทุกวันๆละ 30 นาที โดยไม่พบว่ามีการซ้อมทรมานในรูปแบบต่างๆ หรือให้ยืนตลอด 3 วัน 2 คืน ตามที่สื่อและเจ้าตัวได้กล่าวอ้าง ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจร่างกายของแพทย์ที่ระบุว่า “ไม่พบร่องรอยบาดเจ็บ ฟกช้ำจากการกระทบกระแทกแต่อย่างใด” จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะสามารถยืนยันได้จากหลักฐานทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ทั้งนี้พร้อมเปิดโอกาสให้ญาติหรือผู้ได้รับมอบหมายและภาคส่วนต่างๆที่เชื่อถือได้และเป็นกลางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

 

พันเอกปราโมทย์ ได้เปิดเผยต่อไปอีกว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำหนดแนวทางและระเบียบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฏหมายบนพื้นฐานของความโปร่งใส เป็นธรรมและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดเสมอมา แต่ก็ยังมีสื่อบางสำนักและนักสิทธิมนุษยชนบางคนใช้ “วาทกรรม” “ซ้อมทรมานและละเมิดสิทธิมนุษยชน” โจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในรูปแบบการทำรายงานการร้องเรียนและการนำเสนอข่าวโดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านมาอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นเจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฏหมายในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตัวเองและองค์กรจากการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนและเป็นเท็จ ชี้นำสังคมที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐได้รับความเสียหาย ตามความเหมาะสมต่อไป

 

…………………………………………………….