การศึกษา » เลขาฯ สช.จี้! ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ

เลขาฯ สช.จี้! ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ

5 เมษายน 2019
1219   0

เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จี้ตรวจข้อเท็จจริงกรณี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ถูกกล่าวหา “ทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ” คาดว่าสามารถสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายใน 15 วัน

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุถึงการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในประเด็น การทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ ในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ว่าต้องขอบคุณที่สื่อมวลชนได้ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างมีเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ทั้งนี้เพื่อให้ข้อเท็จจริงที่สื่อมวลชนได้รับและนำเสนอออกไปนั้น เป็นไปอย่างครอบคลุม รอบคอบ รอบด้าน รวมถึงให้ความยุติธรรมกับหน่วยงาน หรือบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกระบุถึงด้วย เพื่อให้การนำเสนอข่าวเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมสุจริตใจ

จากการนำเสนอรายงานดังกล่าวของสื่อมวลชน ตนในฐานะผู้กำกับดูแล สช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานกับศูนย์ประสานงานละบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) จัดประชุม สช.จังหวัด และ สช.อำเภอ ในพื้นที่ ในวันที่ 3-4 เมษายน 2562 ณ ศปบ.จชต. ในการหารือเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ต่อหน่วยงานและบุคลากรที่ถูกกล่าวอ้างถึงในการรายงาน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบสืบหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด และขอย้ำอีกครั้งว่าการดำเนินการบริหารงานภายในกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากเกิดการทุจริตจริง ก็จะมีการพิจารณาโทษ ดังนั้นจึงขอให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวได้ให้เวลากับการดำเนินการในกรณีนี้ด้วยใจที่เป็นธรรม ในการประชุมร่างแผนการตรวจสอบในประเด็นต่างๆ คาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายใน 15 วัน ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือการจ่ายเงินเดือนครู ตามกฎหมายกำหนด การทำสัญญาจ้าง และการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีการหาข้อเท็จจริงครอบคลุมทุกโรงเรียน

ซึ่งหากได้ข้อสรุป หรือมีความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีนี้อย่างไร จะแจ้งเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน เพราะตนเน้นย้ำเสมอมาว่า ในการดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนางานด้านการศึกษาในพื้นที่ต้องเป็นไปอย่างมีเอกภาพ มีความเท่าเทียม ทั่วถึง ในการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์พระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตลอดจนได้ร่วมการตรวจสอบ ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะกับโรงเรียนที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดอันเกิดกับประชาชนในพื้นที่ เช่นเดียวกับการที่ต้องกำกับดูแลฝ่ายของเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้ดำรงตนอยู่ในกฎ ระเบียบ วินัยแห่งการเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดิน ด้วยการให้โอกาสชี้แจง แสดงข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียม ครบถ้วน อันเป็นสิทธิเสรีภาพในฐานะผู้ถูกกล่าวอ้างซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อตัวผู้ถูกพาดพิง รวมทั้งหน่วยงานต้นสังกัดด้วย ดังนั้นจึงขอให้ท่านสื่อมวลชนได้พิจารณาถึงประเด็นนี้ด้วยใจอันเป็นธรรม และให้โอกาสผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

……………………………………………