บทความ » จุดยืนของ ผบ.ทบ.ช่วงเลือกตั้งจนเปลี่ยนผ่านสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

จุดยืนของ ผบ.ทบ.ช่วงเลือกตั้งจนเปลี่ยนผ่านสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

6 เมษายน 2019
581   0

        พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สวมหมวก 2 ใบ คือในฐานะกองทัพบกและในฐานะ เลขา คสช. ดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศในห้วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งม็อตโต้การทำงานของ พล.อ.อภิรัชต์ฯ “ทุกภารกิจ ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ และจะไม่ยอมให้มีการทุจริต หรือเอาเปรียบประชาชนในทุกด้าน”

        พล.อ.อภิรัชต์ฯ ได้กล่าวต่อสื่อ “กองทัพเป็นกลางและอยู่เคียงข้างประชาชน” จะดำเนินการทุกอย่างให้ประชาชน อยู่ดีกินดี ช่วยเหลือประชาชนทุกโอกาส และยืนยันว่า “ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลเราก็ต้องทำ ผมก็ต้องทำ ไม่ว่าใคร พรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาล ไม่ต้องห่วง ผมยืนยันและจุดยืนในการทำงานของผมในการกำหนดทิศทางๆ ให้กำลังพลในกองทัพบกได้ดำเนินการ ผมทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์และเกินร้อยอยู่แล้ว ไม่ว่าใครมาเป็นนายผม” และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติเมื่อวันที่ 2 เม.ยที่ผ่านมา “I am a professional soldier. I am neutral. I will stand with the Monarchy until I die.” (เป็นทหารอาชีพ เป็นกลาง อยู่เคียงข้าง ปกป้องสถาบันกษัตริย์ ตราบจนวันตาย)

        หากย้อนกลับไปก่อนการเลือกตั้ง พล.อ. อภิรัชต์ฯ ได้กล่าวว่ากองทัพพร้อมหนุน กกต. ให้ความรู้ประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะระบบการเลือกตั้งเป็นระบบกาเบอร์เดียว และถามว่าเป็นหน้าที่ของกองทัพหรือไม่นั้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือมา กองทัพก็พร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัย หรือการให้ความรู้กับประชาชน อีกทั้งมีการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับระมัดระวัง ไม่ให้การเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์จากการช่วยเหลือประชาชน และยืนยันว่า “กองทัพช่วยเหลือประชาชน” มิใช่ต้องการหาเสียง

        “ผู้นำเหล่าทัพรักษาความสงบในช่วงเปลี่ยนผ่าน”ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในบทเฉพาะกาล กำหนดให้วุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการเสนอชื่อโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 250 คน และต้องมี ส.ว. ที่มาจากผู้นำเหล่าทัพทั้ง 6 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการเรือ ผู้บัญชาการอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

        พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์  ในฐานะผู้นำกองทัพรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองในห้วงการเปลี่ยนผ่าน จะต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน และพิทักษ์รัฐธรรมนูญจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่  

        วันที่ 9 พ.ค. นี้ กกต. จะประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นการ คงมีความชัดเจนพรรคไหนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนขึ้นเป็นรัฐบาล กองทัพยงคงย้ำจุดยืนการทำงาน “กองทัพบกพร้อมสนองตอบนโยบายของทุกรัฐบาล” ซึ่ง พล.อ.อภิรักษ์ เคยสั่งการระดับผู้บังคับหน่วยจะต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างภารกิจทางทหาร กับการเมืองและไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมืองให้วางตัวเป็นกลาง

        จุดยืนของ ผบ.ทบ. กับการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง มีมาก่อนการเลือกตั้ง ในระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งจะเห็นจากผลการเลือกตั้งในเขตทหารหลายๆ เขตในกรุงเทพมหานคร ไม่มีอีกแล้วกับการสั่งซ้ายหันขวาหัน อีกไม่นานจะเห็นหน้าค่าตารัฐบาลใหม่ ซึ่งกองทัพพร้อมให้การสนับสนุนและตอบสนองนโยบายทุกรัฐบาล เพื่อเดินหน้าพัฒนาประเทศ ลดความขัดแย้ง ขอร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกาและไปต่อสู้กันในสภา ไม่ต่อสู้กันบนท้องถนน และประกาศว่าจะไม่ยอมให้ใครคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

——————–