การศึกษา » สช.ตั้งสอบทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ คาดได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน

สช.ตั้งสอบทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะ คาดได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน

8 เมษายน 2019
719   0

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้จ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ครอบคลุมทุกโรงเรียน คาดได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า กรณีมีการนำเสนอข่าวทุจริตเงินอุดหนุนปอเนาะในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ในฐานะที่ดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานศูนย์ประสานงานละบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) จัดประชุม สช.จังหวัด และ สช.อำเภอในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากทุจริตจริง จะพิจารณาโทษ คาดว่าจะสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ภายใน 15 วัน ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือ การจ่ายเงินเดือนครูตามกฎหมายกำหนด การทำสัญญาจ้าง และการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยจะหาข้อเท็จจริงครอบคลุมทุกโรงเรียน

นายชลำกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กรณีมีผู้นำเสนอข่าวโดยไม่เข้าใจลักษณะของการจัดการศึกษาเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่าปอเนาะเป็นโรงเรียนเอกชน ประเภทนอกระบบที่เรียกว่าสถาบันศึกษาปอเนาะ ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเบี้ยเสี่ยงภัยของครู แต่สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สนับสนุนคือ ค่าตอบแทนครูผู้สอนแห่งละไม่เกิน 4 คน คนละ 2,000 บาทต่อเดือน และเงินอุดหนุนค่าบริหารจัดการสถานศึกษาแห่งละ 1,000 บาทต่อเดือน ครูผู้สอนไม่ได้รับเงินเดือน 15,000 บาทนั้น ทำให้สังคมสับสน อย่างไรก็ตาม สช.ได้ตรวจสอบโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาที่เปิดสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควบคู่หลักสูตรอิสลามศึกษา ว่ามีกรณีที่เป็นข่าวหรือไม่ โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงครอบคลุมทุกโรงเรียนให้เสร็จใน 15 วัน หากพบการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ทันที

“สช.ได้ตรวจสอบนักเรียนซ้ำซ้อน หรือเด็กผี โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนของนักเรียนทุกคน ตรวจสอบในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และตรวจสอบความซ้ำซ้อนระหว่างโรงเรียนด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เบิกเงินอุดหนุนรายบุคคลซ้ำซ้อน พร้อมตรวจสอบนักเรียน และอนุมัติเงินอุดหนุนเป็นรายเดือน แม้กระทั่งนักเรียนที่ขาดเรียนเกิน 15 วันในเดือนนั้น จะไม่เบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้ นอกจากนี้ ยังตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง และเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีส่งคืนเป็นเงินรายได้แผ่นดิน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557-2560 จำนวน 115,734,774.34 บาท เรียบร้อยแล้ว และในปีงบ 2561 ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วเช่นกัน” นายชลำ กล่าว

…………………………………………