ศิลปะและวัฒนธรรม » บุญใหญ่ชาวยะลา “หนึ่งปีมีหนเดียว”พิธีเปลี่ยนผ้าพระนอนศรีวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

บุญใหญ่ชาวยะลา “หนึ่งปีมีหนเดียว”พิธีเปลี่ยนผ้าพระนอนศรีวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

13 เมษายน 2019
332   0

พิธีเปลี่ยนผ้าพระนอนศรีวิชัย องค์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่วัดถ้ำคูหาภิมุข บุญใหญ่หนึ่งปีมีเพียงหนเดียวของชาวยะลาในเทศกาลสงกรานต์

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2561 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า ที่วัดหน้าถ้ำ หรือ วัดถ้ำคูหาภิมุข ม.1ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา นายวรเชษฐ์ พรหมโอภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปลี่ยนผ้าห่มพ่อท่านบรรทม หรือ พระนอนศรีวิชัย ที่มีขนาดยาวกว่า 80 เมตร นับว่าเป็นพระนอนพุทธไสยยาสน์ ที่มีขนาดองค์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ มานับพันปี ที่วัดคูหาภิมุข จ.ยะลา

โดยในพิธีเปลี่ยนผ้าห่มพ่อท่านบรรทม หรือพระนอนศรีวิชัย นับเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ของชาวพุทธในจังหวัดยะลา เพราะใน 1 ปี จะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และยึดถือเป็ฯประเพณีปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน โดยมีประชาชนชุ มชนวัดหน้าถ้ำ และประชาชนชาวจังหวัดยะลา ที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาร่วมพิธี เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

ซึ่งพิธีแห่ผ้าห่มพ่อท่านบรรทม ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์ อายุกว่า 1 พันปี เป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่ ความยาวจากพระเกตุเมาลีถึงพระบาท 26.8 เมตร ศิลปะแบบศรีวิชัย ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข สร้างขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 13-14 ในสมัยพระเจ้าปาเล็มบัง อาณาจักรศรีวิชัย มีลักษณะพิเศษ ต่างไปจากพระนอนองค์อื่น คือมีพญานาคแผ่พังพานอยู่เหนือเศียร ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่า เดิมอาจเป็นเทวรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ ตามศาสนาพราหมณ์ ต่อมาเมื่อพุทธศาสนาได้เผยแพร่เข้ามายังดินแดนส่วนนี้ จึงได้ดัดแปลงเทวรูปดังกล่าวให้เป็นพระพุทธรูปดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เดิมองค์พระปั้นขึ้นด้วยดินดิบ มีไม้ไผ่สานเป็นโครง ลักษณะกลวง สามารถเดินลอดเข้าไปในองค์พระได้ ต่อมาองค์พระนั้นเกิดชำรุดเสียหาย จากน้ำบนเพดานถ้ำหยดลงมาถูกพระอุระทะลุ เจ้าอาวาสสมัยนั้นจึงทำการบูรณะ โดยการผูกเหล็กประสานไว้ข้างใน แล้วโบกปูนทับหุ้มไว้ภายนอกในปี พ.ศ.2464

หลังจากนั้น จึงได้มีการเปลี่ยนผ้านุ่งสีแดงให้กับ ท่านเจ้าเขา หรือ ยักษ์วัดถ้ำ ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า พ่อท่านเจ้าเขา ซึ่งอยู่เชิงบันไดปากทางเข้าถ้ำ เป็นประติมากรรมแบบลอยตัว รูปลักษณะเป็นยักษ์ในความเชื่อของคนท้องถิ่น กล่าวคือ มีรูปร่างคล้ายคนป่าเผ่าซาไก ตัวดำผมหยิก ไว้หนวดเครารกรุงรัง มีเขี้ยวงอกออกมาพ้นริมฝีปาก นุ่งผ้าถุง ยืนตัวตรง มือทั้งสองข้างจับไม้กระบอง ที่มีหัวกะโหลกมนุษย์เป็นด้ามท้าย แนบไว้กลางลำตัว มีงูบองหลา (จงอาง) คล้องคออยู่ สร้างขึ้นในสมัยอดีตเจ้าอาวาส รูปที่ 7 โดยช่างพื้นเมือง ในปี พ.ศ. 2484 โดยชาวบ้านนับถือเป็นยักษ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยคุ้มครองคนในหมู่บ้าน และช่วยปกปักษ์รักษาปากทางเข้าถ้ำด้วย

ทั้งนี้ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำคูหาภิมุข เป็นวัดเก่าแก่ ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน 8 มีนาคม พ.ศ.2478 นับเป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญ 1 ใน 3 ของดินแดนภาคใต้ ร่วมกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช และพระธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี และพิธีแห่ผ้าห่มพ่อท่านบรรทม ก็จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 13 เมษายน เป็นประจำทุกปี

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีแห่ผ้าห่มพ่อท่านบรรทม และเปลี่ยนผ้านุ่งให้กับ ท่านเจ้าเขาแล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก็เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุเนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2562 โดยบรรยากาศทั่วไปใน เป็นไปด้วยความสุข ของประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์ที่จัดขึ้นแบบไทยโบราณ ทั้งการสวมใส่เสื้อผ้าย้อนยุค เสื้อผ้าลายดอกสีสดใสและการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีโบราณ/.