บทความ » เดือนรอมฎอนเดือนแห่งบุญ การแขวนป้ายผ้าสร้างความปั่นป่วนผิดกฎหมาย

เดือนรอมฎอนเดือนแห่งบุญ การแขวนป้ายผ้าสร้างความปั่นป่วนผิดกฎหมาย

30 เมษายน 2019
288   0

        อีกไม่กี่วันจะเข้าสู่เดือน “รอมฎอน” ซึ่งเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและถือเป็นเดือนแห่งการอุทิศร่างกายและจิตวิญญาณให้แก่พระผู้เป็นเจ้า ตลอดช่วงเดือนรอมฎอนซึ่งกินเวลา 29 – 30 วัน หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ชาวมุสลิมจะปฏิบัติศาสนกิจเพื่ออัลเลาะห์ ด้วยการอดอาหาร งดเว้นเครื่องดื่ม พร้อมทั้งงดเว้นจากการร่วมประเวณี และต้องเข้มงวดระมัดระวังตนเองไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งต้องห้ามของศาสนาและการกระทำในสิ่งที่ไร้สาระ รวมทั้งต้องไม่กระทำใดๆ ที่ขัดต่อคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้า ไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะการอดอาหารดังที่เข้าใจกันโดยทั่วไปเท่านั้น หากยังรวมถึงการระมัดระวังตนมิให้ประพฤติผิดในเรื่องอื่นๆ อีกด้วย 

        แต่กระนั้นในห้วงเดือนรอมฎอนในปีที่ผ่านๆ มา กลับพบว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมีการกระทำผิด ด้วยการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ทำการลอบยิง ลอบวางระเบิดมุ่งหวังทำลายชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นบาปตามหลักศาสนาแล้วยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาของบ้านเมืองอีกด้วย

        นอกจากการก่อเหตุสร้างสถานการณ์แล้ว ยังมีการสร้างความปั่นป่วนด้วยการแขวนป้ายผ้า พ่นสีสเปรย์ในพื้นที่สาธารณะด้วยข้อความต่างๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 11 “ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

        ตัวอย่างการกระทำความผิดดังกล่าวมีให้เห็นจากคำพิพากษาของศาลจังหวัดนาทวี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562  สั่งจำคุก นายมูฮัมหมัด เปาะเล๊าะ จำนวน 4 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นศาล ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือ “จำคุก 2 ปี”

        นายมูฮัมหมัด เปาะเล๊าะ ทำการแขวนป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐรวม 3 จุด ประกอบด้วย จุดแรกริมถนนสายสะบ้าย้อย – กาบัง บ้านคอลอมูดอ ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จุดที่ 2 บ้านสวนโอน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย และจุดที่ 3 ริมถนนสายลำไพล – เทพา บ้านทุ่งพระยอด ม.4 ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา และข้อความทั้ง 3 จุด เป็นลักษณะเดียวกันที่พบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถสืบหาตัวผู้กระทำผิด จึงได้ออกหมายจับ นายมูฮัมหมัด ส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายตัดสินจำคุกในเวลาต่อมา

        การที่ศาลสั่งลงโทษผู้ที่กระทำการแขวนป้ายผ้าเขียนข้อความโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องจากการตรวจพบ DNA ของผู้ต้องหาที่ติดอยู่กับป้ายผ้า หรือเชือกที่ใช้ในการแขวน การนำวิทยาศาสตร์ ในการเก็บและพิสูจน์หลักฐาน ตรวจร่างกายและวัตถุพยานเพื่อช่วยในการค้นหาความจริงในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลาย โดยเฉพาะในชั้นการพิจารณาคดีของศาล

        จึงฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ปกครอง สอดส่องดูแลบุตรหลานมิให้กระทำผิดในเดือนแห่งบุญ เดือน “รอมฎอน” ซึ่งเป็นเดือนที่ศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะถึงนี้ จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือถูกหลอกใช้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี ด้วยการแขวนป้ายผ้า พ่นสีสเปรย์โจมตีรัฐเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ซึ่งหากถูกจับกุมตัวได้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ความผิดฐาน “ยุยงปลุกปั่น” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และฝากไปยังหน่วยงานภาครัฐ  เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง, ศอ.บต. และฝ่ายปกครอง ช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาต่อความผิดดังกล่าว  หากพบเห็นผู้กระทำผิดหรือสิ่งผิดปกติแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร.1341 ตลอด 24 ชั่วโมง

—————-