บทความ » เสน่ห์รอมฎอนสู่สังคมสันติสุข… ที่นี้ จ.นราธิวาส

เสน่ห์รอมฎอนสู่สังคมสันติสุข… ที่นี้ จ.นราธิวาส

14 พฤษภาคม 2019
367   0

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้เป็นวันแรกของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 สำหรับความสำคัญในเดือนรอมฎอม นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า มุสลิมที่แท้จริง มุสลิมที่ดีนั้น ในเดือนรอมฎอนทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญ เป็นบ่าวของอัลลอฮ์ที่ดีที่สุด ซึ่งมีทั้งการถือศีลอด การละหมาด และการอยู่กับอัลกุรอาน

 “…เดือนรอมฎอน เปรียบเสมือนโรงเรียนของมุสลิม ถ้าบอกว่าโรงเรียนก็ต้องมีครู ครูก็คือยิบรออีลหรือเทวทูต ส่วนนักศึกษาก็คือท่านศาสดานบีมูฮำหมัด ในสมัยก่อนจนถึงวันนี้ ดังนั้นในเดือนรอมฎอน มุสลิมจึงสอนอัลกุรอาน อ่านกุรอาน ฟังอัลกุรอาน ถือเป็นเดือนคัมภีอัลกุรอาน จึงทำให้เป็นเดือนอันประเสริฐ…”

พร้อมนี้ขอดุอาร์ให้รอมฎอนปีนี้ เป็นรอมฎอนสู่สันติสุข สู่สันติภาพ และขอพรให้ชาวไทยทุกคน อยู่ดีมีสุข ขอให้ประเทศชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุข เด็กและเยาวชน ลด ละ เลิกยาเสพติด ให้โทษ รวมถึงอบายมุขทั้งปวง

ด้านนายอบูนูฟัยล์ มาหะ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอเมืองนราธิวาส ในฐานะกรรมการอิสลามฝ่ายวิชาการ มัสยิดประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวเสริมว่า เดือนรอมฎอน ตรงกับเดือนที่ 9 เป็นเดือนที่ดีที่สุดใน 12 เดือน ของปีปฏิทินอิสลาม ซึ่งมีความพิเศษอยู่ในเดือนนี้ มีกิจกรรมที่แตกต่างจากเดือนอื่น ที่เห็นได้ชัดคือการบัญญัติให้มีการถือศีลอด โดยอัลลอฮ์ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ว่า บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย แท้จริงการถือศีลอดได้ถูกบัญญัติให้แก่สูเจ้าแล้ว

ดังนั้นมุสลิมที่บรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นภาคบังคับต้องถือศีลอดในเดือนรอมฎอน กิจกรรมที่เป็นพิเศษอีกกิจกรรมหนึ่ง ในช่วงกลางคืนหลังจากละศีลอดเรียบร้อยแล้ว จะมีการละหมาดที่เรียกว่า “ละหมาดตะรอเวียะห์” หรือละหมาดยามค่ำคืน ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้เพื่อจะฝึกวินัย ฝึกความอดทนให้แก่มุสลิม ซึ่งกิจกรรมการถือศีลอด เป็นกิจกรรมที่จะสามารถฝึกร่างกายของเรา อีกทั้งฝึกความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับผู้ขัดสน คนยากจน

ส่วนในเรื่องของการละศีลอด ไม่ได้มีบทบัญญัติเฉพาะว่าจะต้องละศีลอดร่วมกัน เพียงแต่มีคำพูดของท่านศาสดานบีมูฮำมัด ที่ว่า การที่เราให้อาหารแก่ผู้ที่กำลังจะละศีลอด เปรียบเสมือนเราได้ผลบุญเหมือนคนที่ถือศีลอดด้วย ดังนั้นเราถือศีลอดแล้ว นำของไปให้ละศีลอดได้บุญเป็นเท่าตัว

 “…ในเดือนรอมฎอน ชาวมุสลิมจะซื้อของ ข้าวสาร อิทผลัม บริจาคเงินให้กับมัสยิด เพื่อให้มัสยิดจัดละศีลอดร่วมกัน ในเดือนนี้คนจน คนอนาถา คนขัดสน ในชุมชน/หมู่บ้าน ก็จะได้กินตลอดทั้งเดือน สิ่งเหล่านี้ฝึกการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่…”

การส่งเสริมให้คนต่างศาสนิกได้เรียนรู้ ได้เข้าใจวัฒนธรรมของมุสลิม นอกจากการเผยแพร่ทางเอกสารแล้ว การเชิญมาร่วมรับประทานอาหารละศีลอด จะทำให้ได้เห็น ได้รับรู้ และได้เข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น การจัดกิจกรรมละศีลอดที่มูลนิธิอัลบานจัดขึ้น มีนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วม และได้มีการเชิญคนต่างศาสนิกมาหลายคน โดยเฉพาะจากหน่วยทหารเรือ ค่ายจุฬาภรณ์ รวมถึงชาวบ้านในละแวกนั้นก็มาร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ควรสนับสนุนส่งเสริม ให้เราสามารถอยู่ร่วมกันท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่

 “…อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้พี่น้องต่างศาสนิก จะได้เรียนรู้นั่นคือจะเชิญชวนผู้ที่มีความต้องการลองในการถือศีลอด อยากให้พี่น้องต่างศาสนิกในพื้นที่ รวมถึงทั่วประเทศมาเรียนรู้ วัฒนธรรมของมุสลิมในเดือนรอมฎอน ซึ่งนอกจากได้เรียนรู้แล้ว ยังเป็นผลดีกับตนเองด้วย เพราะมีงานวิจัยให้ข้อมูลว่าการถือศีลอดสามารถล้างพิษ ทำให้อวัยวะย่อยอาหารได้พัก หรือพี่น้องต่างศาสนิกอาจจะนำสิ่งของ อาหาร ของหวาน มาให้มุสลิมได้ละศีลอด ก็จะเป็นการดี…”

ส่วนในทางจิตวิทยา มีทัศนะที่ให้ความกระจ่างกับเรื่องนี้ว่าสามารถช่วยได้ เช่น Problem Solving การแก้ปัญหา Emotional Control การควบคุมอารมณ์ Flexibility ความยืดหยุ่น เป็นต้น เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างถือศีลอด ในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ

 

 

——————————–