สถานการณ์ชายแดนใต้ » เหตุปะทะที่ อ.ยะหา จ.ยะลา “ความจริงที่ต้องเปิดเผย”

เหตุปะทะที่ อ.ยะหา จ.ยะลา “ความจริงที่ต้องเปิดเผย”

1 มิถุนายน 2019
17122   0

        จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายสนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่หมู่ 4 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อ 27 พ.ค. 2562 ห้วงเวลา 1230-1730 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และคนร้ายซึ่งเป็นแกนนำรายสำคัญมีหมายจับ ป.วิอาญา 6 หมาย ถูกวิสามัญเสียชีวิต โดยในขณะเจรจาได้เกิดเพลิงไหม้บ้านหลังเกิดเหตุเสียหายทั้งหลัง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

       ภายหลังเกิดเหตุได้มีความพยายามเสนอข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุและจุดไฟเผาทำลายหลักฐานพร้อมทั้งได้ขโมยเงินสดและทองคำของเจ้าของบ้านไปจำนวนมาก โดยล่าสุดเมื่อ 31 พ.ค. 2562 นายซูการ์โน มะทา สส.พรรคประชาชาติ จ.ยะลา ได้โพสท์ข้อความในเฟสบุ๊คและให้สัมภาษณ์ กับรายการของเดอะ เนชั่น ชี้นำให้สังคมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ และเป็นต้นเหตุทำให้เกิดไฟไหม้บ้านหลังดังกล่าว 
        จากกรณีดังกล่าวสามารถสร้างกระแสความรู้สึกเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่รัฐอย่างกว้างขวาง ดังนั้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงขอสร้างความเข้าใจ ดังนี้

        1) การเข้าบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามภาพข่าว ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายวางแผนเตรียมก่อเหตุขนาดใหญ่ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฏอน โดยได้สนธิกำลัง 3 ฝ่ายรวม 60 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและได้ประสานผู้นำชุมชนได้รับทราบเพื่อร่วมเจรจากับกลุ่มคนร้าย ทั้งนี้ได้ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยได้เชิญเจ้าของบ้านออกมาแต่ไม่ยอมบอกความจริงและเจตนาปกปิดข้อมูลโดยอ้างว่าไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านและได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนระดมยิงใส่จนต้องหลบเข้าที่กำบัง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงให้ผู้นำศาสนามาช่วยเจรจาอีกรอบกว่า 1 ชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล ในระหว่างนั้นได้เห็นกลุ่มควันบริเวณด้านหลังทางซ้ายของบ้านก่อนลุกไหม้อย่างรวดเร็วจึงได้เรียกรถดับเพลิงเข้ามาควบคุมเพลิงไว้ได้

        2) ภายหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าได้เข้าตรวจสอบอีกครั้งและได้ถูกคนร้ายยิงใส่ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย และจากการตรวจสอบพบคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก ทราบชื่อนายอับดุลเลาะ ลาเต๊ะ พบประวัติเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการมีหมายจับป.วิอาญา 6 หมาย นอกจากนี้ยังพบวัตถุพยานสำคัญในบ้านอีกหลายรายการ เช่น ซากรถจักรยานยนต์ 3 คัน, แกลลอนน้ำมัน 4 ถัง, ปุ๋ยยูเรีย 1 กระสอบ, ถังแก้สสีส้ม 2 ถัง และท่อเหล็กอีกจำนวนหนึ่งคาดว่าน่าจะนำมาใช้ประกอบระเบิด เพื่อก่อเหตุช่วง 10 วันสุดท้ายเดือนรอมฎอน นอกจากนี้ได้ตรวจพบร่องรอยการเผากองเสื้อบริเวณที่เห็นกลุ่มควันครั้งแรก ซึ่งน่าจะเป็นต้นเพลิงที่คนร้ายอาจเผา เพื่อทำลายหลักฐานและเปิดทางหนี ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบสารพันธุกรรมเพื่อเชื่อมโยงกลุ่มคนร้ายต่อไป

        3) การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ได้ทำด้วยความโปร่งใสภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้นำ 4 เสาหลัก โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแต่ถูกคนร้ายใช้อาวุธยิงใส่จนบาดเจ็บไป 2 นาย จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง ใช้กำลังดำเนิการเพียง 60 นายมิใช่กว่า 500 นาย ตามที่กล่าวอ้างและไม่ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ทั้งนี้สิ่งที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญอย่างมากในการบังคับใช้กฏหมาย คือวัตถุพยานเพื่อเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายร่วมก่อเหตุ ดังนั้นที่กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าเผาเพื่อทำลายหลักฐานจึงฟังไม่ขึ้น และไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด


 

        4) การออกมาเคลื่อนไหวของ นายซูการ์โน มะทา ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพราะอาจตกเป็นแนวร่วมมุมกลับของกลุ่มขบวนการที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับความเสียหาย ทั้งนี้หน่วยได้ให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมแก่เด็กๆ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเบื้องต้นไปก่อน สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาบ้านที่ได้รับความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ต้องตรวจสอบข้อมูลความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้ก่อเหตุรุนแรงว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนกันหรือไม่ พร้อมกับขอให้กลุ่มองค์กรต่างๆ เคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังภายใต้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังดังที่ปรากฏในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจจำเป็นต้องดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

………………………………