บทความ » เดือนรอมฎอนปี 62 การก่อเหตุลดกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เดือนรอมฎอนปี 62 การก่อเหตุลดกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

6 มิถุนายน 2019
967   0


“…มองด้วย ใจ ด้วยความจริง จะเห็นได้ว่ามันดีกว่า ไม่ไกลหรอกหนา มองไปข้างหน้า ทุกวันต้องดีขึ้นไป…” ท่อนหนึ่งจากบทเพลง “สู้เพื่อแผ่นดิน” ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งดูจะสอดคล้องกับ “สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้” ในวันนี้

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำหนดนโยบายงานเร่งด่วนสำคัญ จำนวน 3 งาน ได้แก่ การควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย, การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง สำหรับการปฏิบัติในงานการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยจะใช้การปฏิบัติเชิงรุก และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ด้วยการจัดกำลังเชิงรุก จำนวน 735 ชุดปฏิบัติการ แบ่งเป็นชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ จำนวน 511 ชุด และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนอีก จำนวน 224 ชุด เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกดดัน จำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งในหมู่บ้านเชิงเขา และหมู่บ้านเพ่งเล็ง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมพร้อมกันทุกพื้นที่ ไม่ให้ใช้หมู่บ้านบริวาร หรือหมู่บ้านจัดตั้งให้การสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุ โดยให้ผู้นำชุมชนเลือกที่จะอยู่ข้างรัฐและปฎิเสธความรุนแรง

จากการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เห็นผลได้อย่างชัดเจนว่า สามารถควบคุมและลดการก่อเหตุรุนแรงลงได้อย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบจากสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนใน 3 ปี ย้อนหลัง โดยเฉพาะห้วง 10 วันแรก และ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน พบว่า ในปี 2559 มีการลอบวางระเบิดและการสูญเสียมากที่สุด และลดลงมาตามลำดับ

โดยในปี 2562 พบว่าสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนลดลงจากปี 2561 สถิติการก่อเหตุ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. – 5 มิ.ย.62 มีเหตุความมั่นคง จำนวน 6 เหตุการณ์ เป็น ลอบยิง จำนวน 2 เหตุการณ์ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 4 เหตุการณ์ โดยแยกเป็นเหตุก่อกวน จำนวน 2 เหตุการณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 61 พบว่า มีเหตุความมั่นคง จำนวน 22 เหตุการณ์ ลอบยิง จำนวน  10 เหตุการณ์ ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 12 เหตุการณ์  และเหตุก่อกวน ลอบวางระเบิด ตู้ ATM จำนวน 12 เหตุการณ์

จากสถิติดังกล่าวบ่งชี้ว่า สถิติการก่อเหตุในห้วงเดือนรอมฎอนปี 62 ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 61 ถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตอบรับตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของแม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางมาประกอบศาสนากิจตามมัสยิดต่างๆ ตลอดเดือนถือศีลอด เป็นหนึ่งแผนการดูแลเข้มข้นขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับด่านความมั่นคงให้เป็นการอำนวยความสะดวกก่อนการละศีลอดในช่วงเย็น ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากองค์กรศาสนาอิสลาม 8 องค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจ และชี้แจงหลักการศาสนาที่ถูกต้องเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการขยายความคิดที่บิดเบือน เพื่อสร้างกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ให้ออกมาก่อเหตุในช่วงนี้

นอกจากนโยบายในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยแล้ว ในส่วนการบังคับใช้กฎหมาย คดีความมั่นคงมีการส่งดำเนินคดีเพิ่มมากขึ้น ได้รับการยอมรับจากประชาชนและองค์กรระหว่างประเทศ ที่สำคัญได้รับความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่รัฐมีการลงพื้นที่เข้าไปรับทราบปัญหาของประชาชน ปรับทุกข์ผูกมิตร ร่วมทุกข์ ร่วมสุข เข้าร่วมสภาสันติสุขตำบล พบปะพูดคุยกัน ส่งผลให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ประชาชนในหลายพื้นที่สามารถออกมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข…

……………………………