ภัยแทรกซ้อน » ศาลตัดสินแล้ว 6 คดี กรณี จับกุมผู้บุกรุกและตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ จชต.

ศาลตัดสินแล้ว 6 คดี กรณี จับกุมผู้บุกรุกและตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ จชต.

26 มิถุนายน 2019
1205   0

ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เผยผลการจับกุมคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 และคำสั่ง ที่ 66/2557 และนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกและตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในส่วนพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส มีคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตามที่ศาลได้ตัดสินแล้ว จำนวน 6 คดี ประกอบด้วย

1.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรแว้ง ท้องที่เกิดเหตุ บริเวณริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก บ้านลีแยะ หมู่ 1 ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีสิ่งแวดล้อม 1 คดี ผู้ต้องหาคือ นายรุสดี ดารมานะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 ตรวจพบของกลาง รถยนต์แบ็คโฮลยี่ห้อ CATERPlLLAR สีเหลือง และรถยนต์ไถ สีส้ม ยี่ห้อคูโบตา ศาลตัดสินเมื่อ วันที่ 20 มีนาคม 2561 ลงอาญา 6 เดือน ปรับ 5,000 บาทโทษจำคุกรอ 2 ปี

2.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรสุคิริน ท้องที่เกิดเหตุ บ้านกะลุบี หมู่ 1 ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีตัดไม้ 1 คดี ผู้ต้องหาคือ นายรายะ อูเซ็ง และ นายสลี ดือเระ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ตรวจพบของกลาง รถยนต์โตโยต้าสปอร์ตไรเดอร์ 1 คัน, ไม้หลุมพอ แปรรูป 42 แผ่นปริมาตร 1.48 ลูกบากศ์เมตร และค่าความเสียหายรวม 29,600 บาท ศาลตัดสิน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ลงโทษคนละ 13 เดือน 15 วัน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอ 2 ปี

3.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร ท้องที่เกิดเหตุ บ้านไอร์ซือดอ หมู่1 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีตัดไม้ 1 คดี ผู้ต้องหาคือ นายดุลปาต๊ะห์ มะแซ และนายอับดุลรอเซะ ดาระนิบง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ตรวจพบของกลาง เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง, บาร์เลื่อยโซ่ยนต์ 1 อัน, โซ่เลื่อนเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ 4 อัน, ตะไบกลม 6 อัน, ตลับเมตร 1 อัน, อาวุธปืนยาวผลิตเองปากกระบอก 1 กระบอก , ไฟฉาย 3 ดวง, น้ำมันในแกลลอนสีดำ 1 แกลลอน, น้ำมันในแกลลอนสีฟ้า 2 แกลลอน, ไม้ตะเคียนชันตาแมวท่อน จำนวน 4 ท่อน ปริมาตร 45.79 ลูกบากศ์เมตร, ไม้ตะเคียนชันตาแมว แปรรูป จำนวน 23 แผ่น ปริมาตร 3.56 ลูกบากศ์เมตร และค่าความเสียหายรวม 925,925 บาท ศาลตัดสินเมื่อ 5 มิถุนายน2561 ลง จำเลยที่ 1 = 43 เดือน ปรับ 7,566 บาท จำเลยที่ 2 = 30 เดือน ปรับ 7,566 บาท

4.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร ท้องที่เกิดเหตุ บ้านตะเคียนต้นเดียว หมู่ 1 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีบุกรุก 1 คดี ผู้ต้องหา คือ นายต่วนและ พระยีแก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 ตรวจพบพื้นที่การถูกบุกรุก 1 งาน และค่าเสียหายรวม 37,000 บาท ศาลตัดสินเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอ 2 ปี

5.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ ท้องที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 92-94 หมู่10 ถนนรือเสาะสนองกิจ ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีสัตว์ป่า 1 คดี ผู้ต้องหา คือ นายศรีโรจน์ จตุรพิธพรรัตน์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ตรวจพบของกลาง นกกะราคอดำ(นกซออู้) 1 ตัว, นกเค้าแมวหูสั้น 2 ตัว, นกเอี้ยงสาริกา 1 ตัว, นกเอี้ยงหงอน 1 ตัว และค่าความเสียหาย 2,800 บาท ศาลตัดสินเมื่อวนที่ 16 สองหาคม 2561 ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี

6.พื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรระแงะ ท้องที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 189 หมู่ 5 ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เป็นคดีสัตว์ป่า 1 คดี ผู้ต้องหา คือ นายอิลลีเยาะ เฮ็ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ตรวจพบของกลางเป็น กระรอก 3 สี 2 ตัว, ค่างแว่นถิ่นใต้(ลูก) 1 ตัว, เต่าจักร 1 ตัว, นาคใหญ่ขนเรียบ 2 ตัว, พญากระรอกดำ 3 ตัว, พังพอนธรรมดา 1 ตัว, เม่นใหญ่ 1 ตัว, อิเห็นลายเสือ หรือชะมดแปลงลายจุด 3 ตัว, นกเขาเขียว 2 ตัว, นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า 1 ตัว, นกเขียวก้านตองใหญ่ 1 ตัว, นกคุ่มอกลาย 1 ตัว, นกเค้าแดง 2 ตัว, นกปรอดคอลาย 1 ตัว, นกปรอดทอง 1 ตัว, นกปรอดสีน้ำตาลตาแดง 1 ตัว, นกปรอดหน้านวล 2 ตัว, นกปรอดเหลืองหัวจุก 1 ตัว, นกโพระดกเคราเหลือง 1 ตัว, นกโพระดกธรรมดา 2 ตัว, นกหกเล็กปากดำ 1 ตัว และเป็ดแดง 3 ตัว รวมเป็นสัตว์ทั้งหมดจำนวน 34 ตัว ศาลตัดสินแล้ว ลง 1 ปี ไม่รอลงอาญา ตัดสินเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561

อย่างไรก็ตาม คดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญ โดยเร่งสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ กับผู้นำชุมชน และประชาชน เกี่ยวกับการห้ามบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ทั้งนี้ผู้ที่ถือครองที่ดินทำกิน ในเขตพื้นที่ป่าสงวน ก่อนปี พ.ศ. 2557 ที่มีการประกาศของรัฐบาลอนุโลมให้ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน สามารถอาศัย ทำกินในที่ดินเดิมได้ แต่หลังจากมีประกาศจาก คสช. ฉบับดังกล่าวออกมาแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

 

 

—————————–