ภัยแทรกซ้อน » จนท.ทหารซุ่มจับน้ำมันเถื่อนกว่า 2 แสนลิตร ในพื้นที่นครศรีธรรมราช

จนท.ทหารซุ่มจับน้ำมันเถื่อนกว่า 2 แสนลิตร ในพื้นที่นครศรีธรรมราช

2 กรกฎาคม 2019
1510   0

เมื่อวันที่ 1 ก.ค.62 ทหารกองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยกำลังทหารเรือ ได้ทำการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนขนาดใหญ่ได้อีกครั้งในพื้นที่นครศรีธรรมราช หลังจากก่อนหน้านี้เพียง 1 เดือนเศษชุดปฏิบัติการเดียวกันได้จับกุมน้ำมันเถื่อนในเรือ 2 ลำจำนวนกว่า 2 แสนลิตรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับกุมได้ในประเทศไทย โดยรายล่าสุดวันนี้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 สั่งการให้ พล.ท.จตุพร กลัมพสุต  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พ.อ.จรัญ เอี่ยมฐานนท์ รองผู้บังคับการกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำกำลังพลจากนอกพื้นที่เข้าปฏิบัติการจับกุมการค้าน้ำมันเถื่อนในอ่าวขนอม โดยมีจุดขนถ่ายน้ำมันขึ้นฝั่งบริเวณริมฝั่งหาดท้องโหนด หมู่ที่ 3 ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยการจับกุมเกิดขึ้นเมื่อหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พบว่ามีเรือขนาดใหญ่ 2 ลำเข้ามาจอดเทียบบริเวณจุดจอดกลางทะเล หน้าหาดจำนวน 2 ลำเจ้าหน้าที่ได้นำเรือเล็กเข้าจู่โจมเรือขนาดใหญ่ได้เร่งเครื่องหลบหนีไปได้ 1 ลำอีก 1 ลำถูกจับกุมไว้ได้ พบว่าเป็นเรือ ป.ทองวัฒนา บรรทุกน้ำมันรวม 8 หมื่นลิตร โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายมนตรี ทองธวัช ผู้ควบคุมเรือและลูกเรือได้รวม 6 คน ส่วนบนฝั่งคุมตัวนายฉัตรชัย พรหมเลิศผู้คุมงานบนฝั่งและทีม อีก 5 คนซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำทั้งบนเรือและการควบคุมการจ่ายน้ำมันจากเรือขึ้นฝั่ง

ส่วนการส่งขึ้นฝั่งนั้นขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายนี้ ได้ฝังท่อเหล็กแบบถาวรจากจุดจอดเรือห่างจากฝั่งประมาณ 150 เมตร ฝังมาในทะเลจนมาถึงหาดทรายแล้วต่อตรงมายังจุดขนถ่ายด้วยท่อขนาด 2 นิ้ว โดยใช้เครื่องสูบส่งน้ำมันจากเรือ หลังจากนั้นมีการส่งไปยังคลังเก็บน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง โดยในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทหารพบว่าขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายนี้เป็นหนึ่งในภัยแทรกซ้อนความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีเจ้าของเครือข่ายค้าน้ำมันรายนี้ในชื่อ “โกชัย” จะใช้เรือประมงดัดแปลงออกไปเติมน้ำมันดีเซลกลางทะเลเพื่อนำน้ำมันจากเรือแม่ที่จอดลอยลำอยู่กลางทะเลที่ลองจิจูด 100 ละติจูด 102 ใช้เวลาเดินทางราว 17-30 ชม. หลังจากนั้นนำเข้าฝั่งส่งยังจุดต่างเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า

พล.ท.จตุพร เปิดเผยว่า ได้มีการติดตามตั้งแต่การจับกุมครั้งก่อนที่ อ.ท่าศาลา ซึ่งพบว่ามีการลักลอบกันหลายจุดตามแนวชายฝั่งทะเลโดยจะมีการลักลอบนำเรือประมงดัดแปลงเพื่อพรางตา จนท.แล้วจะนำมาขึ้นตามชายฝั่งหลายจุดแล้วเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆซึ่งเราได้ติดตามมาเป็นเดือนแล้วพร้อมกับหน่วยงานต่างๆ จากการสืบสวนพบว่าน้ำมันที่ลักลอบนำเข้ามามีการปลอมปนสารบางตัวเพื่อให้สีน้ำมันเปลี่ยนและค่าบางตัวเปลี่ยนซึ่งเมื่อปนเข้าไปทำให้เครื่องยนต์เสียหาย ทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมากเพราะเราสูญเสียรายได้จากภาครัฐคือภาษีแล้วเครื่องยนต์เสียหายก็สูญเสียทางเศรษฐกิจด้วย ซึ่งถ้ารวมทั้งหมดเป็นมูลค่ามหาศาล ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน 8 หมื่นลิตรและโกดังน้ำมันที่นำไปพักไว้และเราก็ได้หลักฐานสถานบริการน้ำมันหลายแห่งที่ลักลอบรับน้ำมันเหล่านี้ไปขาย ซึ่งกระบวนการนี้จะไม่หยุดแค่นี้ แม่ทัพภาคที่4 ได้มีนโยบายให้ขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลังและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ซึ่งการจับกุมที่นครศรีธรรมราช ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้แต่หากเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดก็อาจจะเชื่อมโยงกัน ซึ่งการขยายผลนั้นการจับกุมครั้งก่อนที่ อ.ท่าศาลา ก็สามารถขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลังเป็นคน อ.หาดใหญ่ สงขลาก็เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว

 

 

————————