บทความ » ข้อดีของการมี “กฎอัยการศึก” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ข้อดีของการมี “กฎอัยการศึก” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

12 กรกฎาคม 2019
1611   0

          เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่มกราคม 2547 ถึงปี 2561 เหตุการณ์ความไม่สงบมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงลดน้อยลง และจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงชายแดนภาคใต้ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน….

          จากแหล่งข้อมูล: ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ จาก Deep South Incident Database (DSID) เหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ พ.ศ.2547 – 2561: ข้อมูลรายปี จำนวน 17,284 เหตุการณ์ พบว่า ปี พ.ศ.2548 เกิดเหตุการณ์สูงสุด จำนวน 2,174 เหตุการณ์ และปีที่เกิดเหตุน้อยที่สุดคือปี พ.ศ.2561 จำนวน 548 เหตุการณ์ และเมื่อดูสถิติการเกิดเหตุ 3 ปีล่าสุดคือปี พ.ศ.2559, 2560, 2561 พบว่าเหตุการณ์ลดลงอย่างต่อเนื่องคือ 807 เหตุการณ์ 554 เหตุการณ์ และ 548 เหตุการณ์ตามลำดับ

          หากเปรียบเทียบเหตุการณ์ในปี พ.ศ.2548 กับปี พ.ศ.2561 เหตุการณ์ลดลงจาก 2,174 เหตุการณ์ เหลือเพียง 548 เหตุการณ์ รัฐมีการปรับเปลี่ยนด้านนโยบายการแก้ปัญหาที่เน้นแนวทางสันติภาพมากขึ้น ไม่ได้ใช้แนวทางรุนแรง ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่หันกลับมาพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างและขบวนการก่อความไม่สงบ รวมทั้งการเปิดพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนะการแก้ปัญหา อีกทั้งภาคประชาสังคมก็ได้เรียนรู้ ได้เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาในแนวทางสันติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ให้ใช้ความรุนแรง

          ที่กล่าวมาเป็นภาพรวมที่เกื้อหนุนให้เหตุการณ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ความสูญเสียลดลง แต่ปัจจัยหลักที่จะต้องกล่าวถึงและอาจจะเป็นสาเหตุหลักให้สถานการณ์ดีขึ้นจนถึงวันนี้ คือการประกาศใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จชต. และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก, พระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) และ มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

          การประกาศใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันแต่ประการใด ยังคงใช้วิถีชีวิตเยี่ยงปกติสุขเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากการใช้กฎหมายพิเศษ เนื่องจากได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่รัฐที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวก รวดเร็วขึ้น และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบถูกจำกัดความเคลื่อนไหว ทำให้โอกาสในการก่อเหตุร้ายกระทำได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการเปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกกดดันจากแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

          แต่น่าประหลาดใจที่องค์กรภาคประชาสังคมบางหน่วย ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ในเว็บไซต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (change.org) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาให้มีการร่วมลงชื่อยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ปาตานี เพื่อให้สอดรับกับกระแสการเมืองหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา

          มองอีกแง่มุมหนึ่งการประกาศใช้กฎหมายพิเศษของรัฐเป็นขั้นตอนหนึ่ง เพื่อมุ่งแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กลับมาสงบสุขดั่งเดิม และกฎหมายพิเศษเป็นเครื่องมือที่สำคัญกว่าการใช้กำลังทหารหรืออาวุธมาต่อสู้ทางยุทธวิธีแบบฟันต่อฟัน แต่ยังมีกลุ่มและแนวร่วมตามที่ทุกท่านทราบดี กลับเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้ จชต. สงบ

 

———————