ภัยแทรกซ้อน » เตือน!! รับกล่องพัสดุสอดไส้ยาเสพติด เสี่ยงติดคุก แนะเช็คให้ดีก่อนเซ็นรับ

เตือน!! รับกล่องพัสดุสอดไส้ยาเสพติด เสี่ยงติดคุก แนะเช็คให้ดีก่อนเซ็นรับ

23 กรกฎาคม 2019
570   0

รอง ผบ.ตร.ประชุมติวเข้มทั้งภาครัฐ-เอกชน สกัดส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์-พัสดุภัณฑ์ งัดทุกมาตรการ ทุกข้อกฎหมาย กฎกระทรวง ให้ทันสมัย ครอบคลุมทุกส่วน จัดการขบวนการค้ายา สั่ง 4 มาตรการ ฟัน “บริษัทส่งของ” ถ้าปล่อยปละ รู้เห็นลักลอบ ส่งยานรก เจอโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 50,000 บาท

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผานมา ที่ห้องประชุมพรหมนอก ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บก.ปส.)ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)เป็นประธานร่วมกับ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เปิดประชุมหารือแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์ไทยพัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง(Logistics)

โดยมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆอาทิ สำนักงานป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด,กอ.รมน.,กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงคมนาคม,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด และผู้ประกอบการภาคเอกชนกว่า14แห่งเข้าร่วมประชุมหารือและขอความร่วมมือเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์รวมถึงชี้แจงมาตรการลงโทษทางกฎหมาย เพื่อบังคับใช้เอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้มีการบูรณการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดพร้อมกับมีมาตรการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐฯที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนเป็นผลทำให้มีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทั้งรายย่อยและรายใหญ่ได้พร้อมของกลางยาเสพติดเป็นจำนวนมากทำให้ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดระดับรายย่อยในพื้นที่หันมาใช้วิธีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านทางช่องทางพัสดุภัณฑ์ผ่านระบบขนส่งทางไปรษณีย์ไทยและบริษัทเอกชนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุมหารือและขอความร่วมมือกำหนดแนวทางการป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางไปรษณีย์รวมถึงชี้แจงมาตรการลงโทษทางกฎหมายเพื่อบังคับใช้เอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดแนวทางต่างๆดังนี้

1.กำชับและให้ผู้ประกอบการเพิ่มความเข้มงวด การปฏิบัติตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 5(พ. ศ. 2558) โดยในการ รับ-ส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์ จะต้องบันทึกข้อมูล บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ส่ง และผู้รับ และการปรับปรุงแก้ไขแอพพลิเคชั่น ต้องมีเงื่อนไขในการให้ข้อมูลที่เพียงพอและให้ทำศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อง่ายในการร้องขอต่อการตรวจสอบ

2.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานงานกับผู้ประกอบการโดยให้ทุก สน. สภ.สำรวจสถานประกอบการที่ รับ-ส่ง ไปรษณียภัณฑ์ในทุกเขตพื้นที่เพื่อคอยให้คำแนะนำฝึกอบรมดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมทั้งรับแจ้งเหตุ หากพบหรือสงสัยว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมายให้แจ้งได้ที่หมายเลข1599,ศูนย์191 ทุกจังหวัดและ1386 สำนักงาน ป.ป.ส.

3.หากตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการรายใด ที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมเพิกเฉย หรือ ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบขนส่งยาเสพติดสถานประกอบการนั้น อาจถูกสั่งปิดชั่วคราว หรือ สั่งพักใช้ใบอนุญาตรวมถึงต้องระวางโทษปรับตั้งแต่10,000 บาทถึง 50,000 บาท

4.การที่ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้ปฏิบัติไว้ และมีการส่งยาเสพติด ผ่านทางผู้ประกอบการรายเดิมๆซ้ำๆ และในทางการสืบสวนขยายผลพบว่า เหตุดังกล่าว เป็นการส่อพฤติกรรมในการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนฯจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และอาจรวมถึงการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบตามพ.ร.บ. มาตรการต่างๆส่วนการแก้ไขระยะยาวนั้น จะเป็นการเสนอแก้กฎหมาย กฎกระทรวงระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและครอบคลุมทุกส่วน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการกำหนดแนวทางเพื่อวางกฎระเบียบ พร้อม ทั้งกำชับผู้ประกอบการให้เพิ่มความเข้มงวด ในการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ซึ่งจะต้องบันทึกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ส่งและผู้รับ ถึงแม้บริษัทผู้ประกอบการต่างๆ จะมีมาตรการการตรวจสอบบัตรประชาชนหรือสแกนพัสดุแล้ว แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายกลับอ้างว่าหากเปิดพัสดุของลูกค้าเพื่อตรวจสอบ จนทำให้สิ่งของเสียหายก็จะถูกผู้ใช้บริการฟ้องร้องจึงไม่กล้าเปิดในส่วนนี้จึงทำให้ยังคงมีผู้ลักลอบใช้เป็นช่องทางขนส่งยาเสพติด

 “ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ที่เป็นตัวกลางรับส่งพัสดุ จะอ้างไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ทั้งที่มีเครื่องมือและวิธีการตรวจสอบอยู่แล้วอีกทั้งผู้ส่งพัสดุต้องยืนยันให้ชัดเจนว่าสิ่งของที่ส่งไป ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายซึ่งประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป ยืนยันว่าจะใช้ทุกมาตรการ ทุกข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำความผิดโดยใช้บริษัทขนส่งพัสดุ เป็นตัวกลางในการกระทำความผิด หากผู้ประกอบการายใด ที่ไม่มีมาตรการที่รัดคุมเพิกเฉย หรือ ปล่อยปละละเลยให้มีการสักลอบขนส่งขนยาเสพติดก็จะมีมาตราในการเอาผิดต่อไป”พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติย้ำ

“งัดมาตรการสกัดยานรก ขู่ฟันบริษัทขนส่งลอบใช้ช่องทางไปรษณีย์ละเลย-รู้เห็นโทษคุก/ปรับ”

——————————