ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ » ต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า จากเชียงใหม่ถึงยะลาแล้ว เตรียมแจกจ่ายแก่เกษตรกร ขานรับแนวคิดนายกรัฐมนตรี

ต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า จากเชียงใหม่ถึงยะลาแล้ว เตรียมแจกจ่ายแก่เกษตรกร ขานรับแนวคิดนายกรัฐมนตรี

10 สิงหาคม 2019
377   0

ขบวนคาราวานขนย้ายต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า จากเชียงใหม่ ถึงยะลาแล้ว เตรียมแจกจ่ายแก่เกษตรกร ขานรับแนวคิดนายกรัฐมนตรี มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรแบบผสมผสาน แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตก

ขบวนคาราวานรถลำเลียงขนย้ายต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า (พันธุ์เชียงใหม่ 80) จากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตำบลแม่ริม อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาถึงศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดยะลา อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เป็นที่เรียบร้อย หลังมีการจัดพิธีส่งมอบต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า ให้แก่กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ขึ้นไปรับมอบต้นพันธุ์ จำนวน 200,000 ต้น เพื่อนำมาแจกจ่ายแก่เกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดจังหวัดยะลา เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุนนโยบายการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสอดรับกับแนวคิดของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกพืชแบบผสมผสานแทนการปลูกพืชเชิงเดียว เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ

 ภายหลังต้นพันธุ์กาแฟ มาถึงศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดยะลา กำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152 และจิตอาสาองค์กรภาคประชาชน เพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะลา ได้ร่วมใจมาช่วยขนย้ายต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า (พันธุ์เชียงใหม่ 80) เข้าโรงเพาะอนุบาลต้นกล้า

นายฉัตรชัย กิตติไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดยะลา กล่าวว่า ต้นกล้าพันธุ์กาแฟอาราบีก้า (พันธุ์เชียงใหม่ 80) ที่ได้รับมาจากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่นั้นต้องใช้เวลาในการอนุบาลต้นกล้า 2-3 เดือน ก่อนจะนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้ ส่วนเกษตรกรที่จะนำไปปลูก ต้องสำรวจพื้นที่ตนเองก่อนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะกาแฟอาราบีก้าต้องปลูกในพื้นที่สูงอย่างน้อย 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ในจังหวัดยะลาพื้นที่ ที่เหมาะกับการปลูกต้น คือ อำเภอเบตง และพื้นที่อำเภอธารโต บางส่วน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น ทำให้การเติบโตของต้นกล้าพันธุ์กาแฟเติบโตได้ดี โดยปลูกแซมสวนไม้ผล อย่างทุเรียนและมังคุดได้ เน้นปลูกแบบผสมผสาน และไม่ควรปลูกแซมยางพาราเนื่องจากยางพารามีช่วงผลัดใบ กาแฟอาราบีก้าต้องการร่มเงา จะไม่ได้ผลถ้าได้รับแสงมาจนเกินไป

ทั้งนี้ก่อนการแจกจ่ายต้นพันธุ์ จะมีการจัดอบรมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เกษตรกรก่อน โดยนักวิชาการจากศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดยะลา และจะลงพื้นที่ติดตามผลการเจริญเติบโตของต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้า เป็นระยะ ๆ สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ ที่ต้องการรับต้นพันธุ์กาแฟอาราบีก้าไปปลูก สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-2592-9896 หรือ 09-8658-2228 หรือช่องทางไลน์ “เกษตรกรปลูกกาแฟยะลา”

 

………………………………..