สถานการณ์ชายแดนใต้ » ศาลอุธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น“จำคุกตลอดชีวิต”โจรใต้ก่อเหตุยิงนายช่าง อบต.ท่ากำชำเสียชีวิต

ศาลอุธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น“จำคุกตลอดชีวิต”โจรใต้ก่อเหตุยิงนายช่าง อบต.ท่ากำชำเสียชีวิต

24 สิงหาคม 2019
1787   0

ศาลอุธรณ์ภาค 9 ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น (ประหารชีวิต) นายมัครุสลาน ผกร.ระดับปฏิบัติการ แต่จำเลยสารภาพชั้นซักถาม คงเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต” อ่วม!! อีกคดี จากการตรวจยึดฐานปฏิบัติการป่าโกงกาง บ.ตันหยงเปาว์ ศาลอุธรณ์ให้จำคุก 39 ปี นายมัครุสลาน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ศาลอุธรณ์ภาค 9 อ่านคำพิพากษาตามที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายมัครุสลาน สะอุ (จำเลย) ฐาน ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิด พรบ.อาวุธ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลักฐานสำคัญจากอาวุธปืนพกที่ตรวจยึดได้จากจำเลยถูกแย่งชิงคดีนี้ และผลการซักถามที่จำเลยสารภาพ ทำให้ศาลเชื่อว่ามีความผิดจริง จึงตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น (ประหารชีวิต) แต่จำเลยสารภาพชั้นซักถาม คงเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต”

นายมัครุสลาน สะอุ พฤติกรรมเป็น ผกร.ระดับปฏิบัติการตั้งแต่ปี 52 ได้หลบหนีในพื้นที่ร่วม 10 ปี จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้พร้อมอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ที่แย่งชิงมาจากการก่อเหตุกราดยิง นายจีรพงศ์ โชติอัครนิตย์ นายช่างโยธา อบต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 ในชั้นซักถาม นายมัครุสลาน ได้สารภาพว่าได้ร่วมกับพวก 3 คน ทำการก่อเหตุยิงนายจีรพงศ์ โชติอัครนิตย์ นายช่างโยธา อบต.ท่ากำชำจริง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นจังหวัดปัตตานี พิพากษา “ประหารชีวิต” นายมัดรุสลาน  สะอุ แต่จำเลยรับสารภาพของจำเลยในชั้นซักถามเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้เหลือ 1 ใน 3 ให้ “จำคุกตลอดชีวิต” ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจรฯ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

อ่านรายละเอียด https://www.southernreports.org/2018/10/10/gdfhgjh2541/

ในเวลาต่อมา นายมัครุสลาน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอุธรณ์ภาค 9 ได้อ่านคำพิพากษาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น (ประหารชีวิต) แต่จำเลยสารภาพชั้นซักถาม คงเหลือ “จำคุกตลอดชีวิต”

ทั้งนี้ นายมัครุสลาน ถูกพิพากษาลงโทษอีก 1 คดี โดยศาลอุธรณ์ให้จำคุก 39 ปี โดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ฐานความผิด ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และ พ.ร.บ.อาวุธปืน วัตถุระเบิด สะสมกำลังพล อาวุธยุทธภัณฑ์ มีวิทยุสื่อสารโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเหตุการณ์ตรวจยึดฐานปฏิบัติการป่าโกงกาง บ.ตันหยงเปาว์ ม.4 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559

 

อ่านรายละเอียด https://www.southernreports.org/2019/05/29/10347/

จากผลคำพิพากษาของศาลอุธรณ์ภาค 9 ที่ได้ตัดสินคดียืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งศาลได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อมที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลย ได้กระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว จึงขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จชต. ช่วยกันดูแลบุตรหลานไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของบุคคลบางกลุ่มในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมส่วนรวม ผู้กระทำความผิดไม่สามารถหนีรอดเงื้อมมือของกฎหมายพ้น ไม่ช้าหรือเร็วจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บ้านเมืองมีขื่อมีแปทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันไม่มีการเลือกปฏิบัติ การต่อสู้คดีความเป็นไปตามพยานหลักฐาน ศาลให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ผู้กระทำความผิดจะต้องชดใช้ผลกรรมที่ตนเองได้ก่อขึ้น ต้องติดคุกในเรือนจำหมดสิ้นอิสรภาพ.