ศิลปะและวัฒนธรรม » ชาวพุทธภาคใต้คึกคัก แห่เข้าวัดทำบุญ ร่วมพิธี “วันสารทเดือนสิบ”

ชาวพุทธภาคใต้คึกคัก แห่เข้าวัดทำบุญ ร่วมพิธี “วันสารทเดือนสิบ”

28 กันยายน 2019
301   0

ชาวพุทธภาคใต้ตอนล่างทั้งใน จ.พัทลุง และ จ.ยะลา ต่างแห่เข้าวัดทำบุญ ร่วมพิธี “ส่งตายาย” ในเทศกาลวันสารทเดือนสิบสุดคึกคัก เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับตามความเชื่อ

พัทลุง – ชาวพัทลุงร่วมสืบสานงานบุญสารทเดือนสิบเนืองแน่น นำภัตตาหาร และขนมเดือนสิบไปถวายพระตามประเพณีโบราณ เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับ

บรรยากาศการทำบุญวันสารทเดือนสิบตามวัดต่างๆ ใน จ.พัทลุงคึกคัก แต่ละวัดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนได้นำภัตตาหาร และขนมเดือนสิบไปถวายพระตามประเพณีโบราณ เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยชุมชน และหมู่บ้านจัดขบวนแห่หมรับ เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีการแห่หมรับให้คงอยู่สืบไป และเพื่อเป็นการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชน หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนา ก็มีกิจกรรมปีนร้านเปรตให้เด็กได้เล่นกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย

ซึ่งวันนี้เป็นวันทำบุญครั้งที่ 2 เรียกว่า “วันส่งตายาย” ที่วัดบ้านสวน ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นอีกวัดหนึ่งที่ได้สืบสานประเพณีงานบุญวันสารทเดือนสิบมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้มีขบวนแห่หมรับ จำนวน 13 หมู่บ้าน ขบวนแห่ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา และมีความสนุกสนานกันอย่างกันเต็มที่ ทั้งการแต่งกายเป็นเปรต รวมถึงการแต่งกายเป็นผีในรูปแบบต่างๆ ที่ขาดไม่ได้คือ ขบวนแห่หมรับ ซึ่งประกอบด้วย ขนมเดือนสิบ คือ ขนมขนมลา ขนมพอง ขนมเจาะรู (ขนมดีซำ) ขนมบ้า และขนมเทียน ที่ประดับอย่างสวยงาม รวมทั้งหมรับ ที่ชาวบ้านแบกหามซึ่งประดิษฐ์เป็นรูปต่างๆ โดยเฉพาะรูปพระบรมธาตุเจดีย์

งานบุญวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีของคนภาคใต้ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ในปีหนึ่งจะมีการทำบุญ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะทำบุญในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 หรือที่เรียกว่า “วันรับตายาย” ซึ่งผ่านมาแล้ว ส่วนครั้งที่ 2 จะตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่า “วันส่งตายาย” โดยในวันดังกล่าวพุทธศาสนิกชนจะทำขนมขึ้นมาเป็นการเฉพาะ จำนวน 5 ชนิด คือ ขนมลา ขนมพอง ขนมเจาะรู (ขนมดีซำ) ขนมบ้า และขนมเทียน หรือเรียกรวมกันว่าขนมเดือนสิบ แล้วนำไปถวายพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

ยะลา – บรรยากาศเทศกาลประเพณีวันสารทเดือนสิบที่ จ.ยะลา ชาวพุทธเข้าวัดทำบุญ ร่วมพิธีส่งเปรตคึกคัก

บรรยากาศประเพณีวันสารทเดือนสิบ หรือประเพณีส่งตายาย หรือที่เรียกว่าชิงเปรตของชาวปักษ์ใต้ที่ จ.ยะลา โดยที่วัดถ้ำคูหาภิมุข หรือวัดหน้าถ้ำ ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา มีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งในพื้นที่ จ.ยะลา และพื้นที่ใกล้เคียงต่างพาครอบครัว ญาติพี่น้อง คนเฒ่าคนแก่ ลูกหลาน พร้อมด้วยข้าวปลาอาหาร ผลไม้ และขนมเดือนสิบ เช่น ข้าวพอง ขนมลา ขนมเจาะหู ข้าวต้ม เข้าวัดทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่บรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายที่ล่วงลับไปแล้ว

โดยที่วัดถ้ำคูหาภิมุข จ.ยะลา ในวันนี้มีความคึกคักจากประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมประกอบประเพณีวันสารทเดือนสิบ ซึ่งนอกจากประเพณีทำบุญแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญ คือ การขึ้นลานชิงเปรต ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำสำหรับการนำข้าวปลาอาหาร ขนมประจำเทศกาลเดือนสิบ และผลไม้ตามฤดูกาล มาร่วมทำบุญอุทิศให้แก่บรรพบุรุษส่วนหนึ่งมาร่วมวางบนลานชิงเปรต ก่อนที่ทุกคนจะร่วมกันชิงเปรต ตามประเพณีที่ปฏิบัติกันสืบมา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่มีในวันนี้ เช่น แข่งขันชกมวยทะเล การแข่งพายเรือ และแข่งขันจับเป็ด

โดยในปีนี้บรรยากาศ และจำนวนประชาชนจะไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทำให้บางครอบครัว หรือบางคนไม่ได้เดินทางกลับมาร่วมงานบุญในครั้งนี้ และประชาชนในพื้นที่บางส่วนก็เดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อไปร่วมเทศกาลทำบุญเดือนสิบกับครอบครัวในต่างจังหวัด

ยะลา (เบตง) – ประชาชนชาวเบตงออกตักบาตร จับจ่ายซื้อของทำบุญเดือนสิบส่งตายายเนืองแน่น จนท.คุมเข้มดูแลพระสงฆ์ออกบิณฑบาต

ประชาชนที่ไม่ได้เดินทางกลับบ้านเกิด และไม่ได้ไปทำบุญเดือนสิบครั้งที่ 2 เพื่อส่งตายาย ต่างออกมาทำบุญตักบาตกันเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ออกบิณฑบาต เพื่อป้องกันโจรใต้ก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ในช่วงเทศกาลเดือนสิบของประชาชนชาวพุทธ และประชาชนที่ออกทำบุญ ขณะที่การจับจ่ายซื้อของเพื่อไปทำบุญตามวัดต่างๆ เนืองแน่นไปด้วยประชาชน ทำให้การจราจรในเขตเทศบาลเมืองเบตงติดขัด โดยเจ้าหน้าที่จราจรต้องมาคอยอำนวยความสะดวก

ประกอบกับในวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และเป็นวันที่พี่น้องประชาชนออกเดินทางซื้อของทำบุญเพื่อไปทำบุญตามวัดต่างๆ ด้านประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่ อ.เบตง และไม่ได้เดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปทำบุญในเทศกาลเดือนสิบบุญใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อส่งตายาร่วมกับญาติมิตรที่บ้านเกิดของแต่ละคน

 

ขอบคุณข่าว  ผู้จัดการออนไลน์