สถานการณ์ชายแดนใต้ » เร่งไล่ล่า! แก๊งปล้นทองนาทวี หลังปะทะบนเขาสะบ้าย้อย ทิ้งสัมภาระเอาตัวรอด

เร่งไล่ล่า! แก๊งปล้นทองนาทวี หลังปะทะบนเขาสะบ้าย้อย ทิ้งสัมภาระเอาตัวรอด

28 กันยายน 2019
2489   0

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 5 โมงเย็น เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 43 และหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ บริเวณ เทือกเขานางจันทร์ พื้นที่บ้านกระแซะ  ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พบกลุ่มชาย แต่งกายชุดดำ จำนวน 4-5 คน พร้อมอาวุธครบมือ เมื่อกลุ่มคนร้าย พบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะนาน กว่า 10 นาที

หลังเสียงปืนสงบลง พบว่า กลุ่มคนร้าย ได้หลบหนีหายไปในป่า จากการตรวจสอบบริเวณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็น ฐานที่พักชั่วคราว พบกระเป๋าใส่สัมภาระ เต็นท์นอน กระสอบใส่เครื่องครัว เช่น หม้อหุงข้าว เตาแก็ส กล่องโฟมใส่อาหาร รองเท้า ที่คนร้ายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไปตรวจสอบอย่างละเอียด และเก็บลายนิ้วมือแฝงเอาไว้เป็นหลักฐาน

โดยขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ออกลาดตระเวน เพื่อตรวจค้นแหล่งพักพิงและซ่อนตัวของกลุ่มตัวผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเป็นกลุ่มของ นายอับดุลเลาะ บาเฮง หลังจากขยายผลการซักถามมาจาก นายซาการียา อาแวปูแตะ และนายเดะแว อาแว ที่ถูกควบคุมตัวได้และรับสารภาพว่า ได้หลบซ่อนตัวภายใน รร.สอนศาสนาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสและความเชื่อมโยงของคนร้ายกลุ่มนี้ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อ จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา และเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นร้านทอง ที่ห้างทองสุธาดา ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา กวาดทองไปหนักกว่า 2 พันบาท รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

สำหรับการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กำลังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ปิดกั้นเส้นทาง และได้ประสานและแจ้งเตือนผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ๆ คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัว และได้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และ ชรบ.ประจำจุดตรวจ

เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป  ส่วนผู้ใดให้การสนับสนุนความช่วยเหลือ และให้ที่หลบซ่อนพักพิงแก่บุคคลซึ่งมีหมาย ป.วิอาญา ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนอกจากจะได้รับโทษในฐานให้ที่พักพิง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาทแล้ว ยังอาจได้รับโทษฐานมีส่วนร่วมหรือการสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งมีโทษที่สูงขึ้นอีกด้วย

 

……………………………………..