บทความ » ไม่อาบน้ำศพ แห่ศพ ผกร.ถูกต้องหลักศาสนาหรือไม่?

ไม่อาบน้ำศพ แห่ศพ ผกร.ถูกต้องหลักศาสนาหรือไม่?

26 พฤศจิกายน 2019
1237   0

ปัญหาการไม่อาบน้ำศพของ ผกร. ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับ จนท. ในการการบังคับใช้กฎหมายติดตามจับกุม นับว่าเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ยังคงมีอยู่ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา การไม่อาบน้ำศพ แห่ศพมีการแชร์ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ถ่ายทอดสถานะให้เป็นนักรบแห่งพระเจ้าผู้ปกป้องศาสนาอิสลาม ยอมพลีชีพ เป็น “ซาฮีด” ที่สมบรูณ์

ล่าสุดกลุ่มขบวนการมีการปลุกระดม บิดเบือนความคิดความเชื่อหลักศาสนา “ซาฮีด” ศพนายซอบรี หลำโสะและนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ สมาชิกแนวร่วม ผกร. ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำศพ รวมทั้งไม่ละหมาดศพ ชี้ให้เห็นการต่อสู้เพื่อทวงคืนอธิปไตยปาตานีนั้นเป็น “ฟัรฎูอีน” หมายถึง เป็นข้อบังคับที่มุสลิมปาตานีจะต้องปฏิบัติ หากใครละทิ้งหรือปฏิเสธถือว่ามีความผิด!

ที่ผ่านมา “ผู้นำศาสนาอิสลามบางแห่ง” ในพื้นที่ไม่กล้าแย้งและปล่อยปละละเลยให้มีความเชื่อที่ผิดๆ เป็นเวลาถึง 15 ปีมาแล้วที่ต่างไม่มีใครที่จกล้าลุกขึ้นอธิบายเพื่อสร้างความกระจ่างชัด สร้างความเข้าใจในหลักศาสนาที่ถูกต้องแท้จริงต่อประชาชนในเรื่องนี้

แต่ในทรรศนะส่วนหนึ่งของนักวิชาการอิสลาม หรืออูลามะอ์อิสลามที่ถูกต้องนั้น การต่อสู้ของกลุ่ม ผกร. ในพื้นที่ จชต. ไม่ใช่เป็นการต่อสู้ในทางศาสนา จึงไม่ถือว่าการเสียชีวิตนั้นเป็นการตาย“ซาฮีด” จึงจำเป็นจะต้องอาบน้ำศพ ห่อศพ ละหมาดศพ และฝังศพให้ถูกต้องตามหลักศาสนา

อีกทั้งสารของสำนักจุฬาราชมนตรี ที่ สฬ.0001/489 ลงวันที่ 24 ก.ค. 61 ซึ่งลงนามโดยนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ตอบกลับหนังสือ ศอ.บต. ขอความอนุเคราะห์ฟัตวาหลักการศาสนาอิสลามในเรื่องการญิฮาด การซะฮีดและดินแดนฮัรบี “หากมุสลิมดำรงชีพในดินแดนหนึ่ง ซึ่งในดินแดนนั้นหรือศาสนาหลักในดินแดนนั้นเป็นศาสนาอื่นมิใช่ศาสนาอิสลาม และมุสลิมนั้นสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของตนได้โดยเสรี ก็ถือว่าผู้นั้นอยู่ในดินแดนอิสลาม (ดารุสสลาม)” โดยมุสลิมดำรงชีพในดินแดนนั้นครบองค์ประกอบหลัก 2 ประการคือ

(1) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและเกียรติยศในฐานะพลเมือง

(2) เสรีภาพในการนับถือศาสนา การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและการเผยแพร่ศาสนาอันเป็นปกติ ถือว่าดินแดนนั้นไม่ใช่ดินแดนแห่งสงคราม (ดารุ้ลฮัรบี)

การเสียชีวิตของนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ และ นายซอบรี หลำโสะ หรือหลายๆคน จากการปะทะกับ จนท.แล้วไม่มีการอาบน้ำศพ ไม่ละหมาดศพ เป็นความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนในเรื่องศาสนาอย่างมาก เพราะบุคคลเหล่านี้ทำผิดกฎหมาย เป็นอาชญากรเข่นฆ่าคน มีหมายจับ ป.วิอาญาติดตัว ไม่ได้เสียชีวิตจากการทำสงครามหรือต่อสู้กับผู้ที่รุกราน กดขี่ด้านศาสนาต่อชาวมุสลิมแต่อย่างใด

จะเห็นได้ว่ารูปแบบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายในการติดตามจับกุม มีขั้นตอนในการปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก มุ่งใช้แนวทางสันติวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง นำหลักการเจรจามาใช้เพื่อลดความสูญเสีย อีกทั้งยังมีผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวมามีส่วนร่วมในการเจรจา เช่นกรณีการเสียชีวิตของ ของนายมะยะโก๊ะ ลาเต๊ะ และ นายซอบรี หลำโสะ วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดกับฝ่ายใดก็แล้วแต่!! ไม่มีใครอยากให้เกิด อยากให้พื้นที่แห่งนี้สงบ ปราศจากเหตุรุนแรง มีความปรองดอง อยากเห็นมิติใหม่การแก้ปัญหาด้วยศาสนา โดยจำเป็นจะต้องให้ผู้นำในพื้นที่ ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น มีมติร่วมกัน (ฮูกุมปากัตของชุมชน) ว่าผู้ใดที่จะฝั่งศพในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของเขานั้น จำเป็นจะต้องอาบน้ำศพและจัดการศพให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอย่างแท้จริง.

 

——————————