วันพุธ, 3 มิถุนายน 2563

มทภ.4 แถลงผลการบุกค้น’ฐานที่มั่นโจรใต้’!! บนเขาตะโล๊ะสโตร์ อ.กรงปินัง จ.ยะลา

วันนี้ 16 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น.ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่านสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง ต.ปัตตานี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ยีวเณเขาตะโล๊ะสโตร์ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามจนพบแหล่งพักพิงและซุกซ่อนอาวุธ อุปกรณ์ที่เตรียมก่อเหตุนับ 1,000 รายการ โดยมี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบ.กกล.ตร.จชต. , นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา , พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา , พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบ.กกล.ตร.ยะลา และ พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กกล.ทพ.จชต.ร่วมแถลง

จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้สังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่รักษาความปลอดภัย บ้านทางลุ่ม หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก จำนวน 5 รายนั้น และเมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้รับทราบข่าวจากแหล่งข่าวว่า มีคนร้ายจำนวน 2 ราย ที่ก่อเหตุที่บ้านทางลุ่ม เข้ามาหลบซ่อนในบ้านแนวร่วมที่บ้านคอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นผลให้คนร้ายทั้ง 2 ราย เสียชีวิต ภายหลังได้เข้าตรวจสอบ จากหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากคนร้าย ประกอบกับการขยายผลจากการซักถาม ภาพข่าว และภาพเหตุการณ์ จนนำไปสู่การสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงของกลุ่มบุคคลเป้าหมาย บริเวณพื้นที่ภูเขา บ้านตะโล๊ะสโตร์ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา และได้เกิดการปะทะกันขึ้น เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 นั้น

โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น.เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าดำเนินการติดตามจับกุม และขยายผลบุคคลเป้าหมาย กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดยะลา ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ประมาณ 8 – 12 คน ซึ่งหลบหนีมาซ่อนตัว ที่ บ.ตะโล๊สะโตร์ หมู่ 6 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ภายหลังทราบเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา จัดตั้งที่ทำการยุทธวิธี หน่วยเฉพาะกิจยะลา โดยจัดกำลังร่วมระหว่างหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 33 , 41 และ 47 พร้อมกำลังชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์รวม 13 ชุด เข้าปฏิบัติการสกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบหนี

จากผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดอาวุธ และสิ่งของที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง ได้จำนวนหลายรายการ ที่สำคัญ คือ อาวุธปืนเล็กยาว M.16 A.2 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อ (ไปร์บอมบ์) จำนวน 2 ลูก ซองกระสุน ปืนเล็กยาว M.16 จำนวน 4 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม.และ 9 มม.อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ขยายผลตรวจค้นบริเวณจุดเกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ เนื่องจากคาดว่า บริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มคนร้าย เพราะลักษณะภูมิประเทศโดยรอบตรงกับหลักนิยมของผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่มักใช้เป็นพื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบตามภูมิประเทศใกล้เคียง ที่คาดว่าจะมีการซุกซ่อนอาวุธ หรือสิ่งของที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง จนสามารถค้นพบและตรวจยึดวัตถุพยาน ได้ 1,288 รายการ จากจุดที่ฝังและซุกซ่อน จำนวน 42 จุด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1.อาวุธปืน 1.1 ปืนเล็กยาว M.16 A.2 จำนวน 1 กระบอก 1.2 ปืนพกขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก 1.3 ปืนพก ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก 1.4 ชิ้นส่วนปืนเล็กยาว จำนวนหลายรายการ

2.เครื่องกระสุน 2.1 กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม.ไม่ต่ำกว่า 50 นัด 2.2 กระสุนปืน ขนาด .38 Super จำนวน 36 นัด 2.3 ปลอกกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม.ไม่ต่ำกว่า 30 นัด 2.4 ซองกระสุน ปืนเล็กยาว M.16 จำนวน 7 ซอง

3.วัตถุระเบิดแรงสูง (PETN) จำนวน 4 ถุง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 4 กิโลกรัม

4.ปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท สำหรับใช้ทำดินระเบิด น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 6 กิโลกรัม

5.เหล็กเส้นตัด สำหรับทำเป็นสะเกิดระเบิด น้ำหนักรวมประมาณ 70 กิโลกรัม

6.ระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อ (ไปป์บอมบ์) พร้อมใช้งาน จำนวน 9 ลูก

7.ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้าง ประกอบพร้อมใช้งาน จำนวนหนึ่ง

8.แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมประกอบเป็นวัตถุระเบิด จำนวนมาก

9.วิทยุสื่อสารและระบบวงจรทางสาย สำหรับจุดระเบิด หลายรายการ

นอกจากนี้ ยังพบเครื่องแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ยา รวมทั้งเวชภัณฑ์ และอื่นๆ อีกหลายรายการ

จากหลักฐานที่ตรวจค้นเจอเชื่อได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงและแหล่งซุกซ่อนสิ่งของสำหรับส่งกำลังของกลุ่มคนร้าย ที่ใช้เตรียมก่อเหตุในพื้นที่ โดยของกลาง ที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด จะเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมอบหมายให้กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยรับผิดชอบ เพื่อขยายผลไปยังกลุ่มกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีทางกฎหมายโดยเร็วที่สุดต่อไป

สำหรับผู้ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งการให้ที่พักพิง เป็นฝ่ายโลจิสติกส์ และการสนับสนุนการก่อเหตุ ถือว่ามีความผิดในอัตราโทษเช่นเดียวกับ ผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงขอฝากย้ำเตือนไปยังผู้ให้การสนับสนุน ยุติพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมีความผิดตามกฎหมาย

 

———————————