ภัยแทรกซ้อน » เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตากใบ จับสินค้าหนีภาษีมูลกว่า 22 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตากใบ จับสินค้าหนีภาษีมูลกว่า 22 ล้านบาท

12 กุมภาพันธ์ 2020
4020   0

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่อาคารตรวจปล่อยสินค้า ด่านศุลกากรตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส นายอดิสันติ์ ภูวพิพัฒนวงศ์ นายด่านศุลกากรตากใบ พร้อมด้วย พ.อ. ไพศาล หนูสังข์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส ได้ร่วมกันแถลงผลงานตามแผนร่วมกันสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในห้วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นภัยแทรกซ้อนที่แทรกซึมกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทุกรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาทุกมิติ โดยเฉพาะความมั่นคง ภายใต้การขับเคลื่อนของหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สถิติการก่อเหตุรุนแรงมีจำนวนลดลง และสถานการณ์ในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมุ่งแสดงให้เห็นว่ายังคงมีปัจจัย และประเด็นสำคัญด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลกระทบและทำให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันส่งผลกระทบต่อมิติด้านสังคม มิติด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดน มิติด้านการท่องเที่ยวและมิติด้านความมั่นคง

โดยทางด่านศุลกากรตากใบได้นำนโยบายของ นายกฤษฎา จีนะวิจรณะ อธิบดีกรมศุลกากร มาเป็นแนวทางการ บูรณาการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปสู่การบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส สรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส และหน่วยสืบสวนและปราบปรามนราธิวาส จากกองป้องกันและปราบปรามหน่วยงานส่วนกลางของกรมศุลกากร โดยร่วมกันจัดทำแผนการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมกันออกตรวจสอบ และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย สินค้าเลี่ยงภาษีที่ผ่านเข้า-ออกในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนด้านฝั่ง อ.ตากใบ เป็นการแสดงศักยภาพของเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งขจัดกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลที่ก่ออาชญากรรมในทุกรูปแบบ

ทางด้าน พ.อ. ไพศาล หนูสังข์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เปิดเผยว่า ทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสรวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ได้สนองนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รวมทั้งจากข้อสั่งการของ พล.อ.อภิรัชย์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาทหารบก พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่กำชับให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสบูรณาการแก้ไขปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งภัยแทรกซ้อน ได้แก่ การลักลอบผ่านแดน การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ซึ่งถือเป็นปัญหาภัยแทรกซ้อน และเป็นท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เปิดเกมรุกสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน รวมทั้งสินค้าทางการเกษตรที่รัฐบาลควบคุม 23 รายการ และผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 30 แฟ้มคดี มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท ได้แก่ บุหรี่ต่างประเทศ มูลค่า 20,838,658 ล้านบาท มะพร้าวผล 697,600 บาท ดอกไม้ไฟ 615,036 บาท ข้าวสาร 359,230 บาท และเบ็ดเตล็ด 38,806 บาท รวมมูลค่า 22,549,330 บาท

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ไพศาล รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส ยังเปิดเผยถึงการตรวจเข้มทั้งในส่วนของด่านพรมแดนด้าน อ.ตากใบและ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งจะมีชาวต่างชาติและผู้ที่เดินทางผ่านข้ามแดนมายังประเทศไทยว่า เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด แต่จนถึงขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่พบกลุ่มเสี่ยงจากไวรัสดังกล่าวผ่านเข้ามายัง จ.นราธิวาสแต่อย่างใด

 

 

————————-