วันพฤหัสบดี, 3 ธันวาคม 2563

การรักษาระยะห่างทางสังคม ถือเป็นมาตรการที่ภาครัฐขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตาม โดยมาตรการนี้มีความสำคัญอย่างไร?

30 มี.ค. 2020
702


การรักษาระยะห่างทางสังคม ถือเป็นมาตรการที่ภาครัฐขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตาม โดยมาตรการนี้มีความสำคัญอย่างไร?

ตั้งแต่ที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม -30 เมษายน 2563 มาตรการหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ มาตรการ ระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ที่จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ เนื่องจากมีหลายประเทศบังคับใช้มาตรการนี้ และเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น โดยการเว้นระยะห่างทางสังคมหมายถึงการป้องกันไม่ให้คนสองคนขึ้นไปมีปฏิสัมพันธ์กันทางกายภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อยับยั้งหรือหยุดการระบาดของโรคในวงกว้าง เช่น การสั่งห้ามมิให้ประชาชนรวมกลุ่มกัน ปิดพื้นที่สาธารณะ ผับ บาร์ สนามมวย และรณรงค์ให้ผู้คนอยู่แต่ภายในบ้านเท่านั้น แต่ทั้งนี้การรักษาระยะห่างทางสังคม แตกต่างจากการกักกันโรคที่เหมาะสำหรับใช้ป้องกันผู้ป่วย หรือกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ไปแพร่เชื้อแก่ผู้อื่น

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19 (ศบค.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กังวลและเป็นห่วงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังเพิ่มขึ้น จึงเน้นย้ำมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่ต้องมีมาตรการเฉพาะเจาะจงถึงหน่วยงานต่างๆ ในทุกพื้นที่ โดยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยรายงานเป็นรายวันว่าแต่ละพื้นที่มีมาตรการอย่างไรและผลเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้มีหลายจังหวัดคุมเข้มตามสถานการณ์ของพื้นที่นั้นๆ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งมีประกาศเพิ่มเติมห้ามเข้า-ออก พื้นที่บางชุมชนที่มีการแพร่ระบาด ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น การต้องไปรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าที่จำเป็น ทั้งนี้หากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชน เนื่องจากภาครัฐต้องมีมาตรการเช่นนี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ซึ่งอาจกระทบต่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง แต่เพื่อให้สถานการณ์การควบคุมโรคดีขึ้นต่อไป

ทุกคนสามารถร่วมกันรักษาห่างทางสังคมได้ เพราะการป้องกันถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนหรือยาขนานใดจะสามารถขจัดโรคโควิด-19 ให้หายขาดได้ ประกอบกับระยะเวลาที่น่ากังวล คือ ช่วงไวรัสฟักตัว ประมาณ 5 – 14 วัน ที่แม้ว่าร่างกายจะไม่แสดงอาการป่วยให้เห็นชัดเจนแต่ก็สามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้หากยังสัมผัสและติดต่อกันใกล้ชิด อีกทั้งการรักษาระยะห่างทางสังคมยังช่วยยับยั้งไม่ให้ตัวเลขผู้ป่วยสูงเกินขีดจำกัดที่โรงพยาบาลจะรับไหว ดังนั้นทุกคนควรปฏิบัตตัวดังคำว่าที่ “รวมกันติดหมู่ แยกกันอยู่เรารอด”

 

…………………………………………..

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : พรหมธิดา ทิพยานนท์

ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา

แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย