วันอังคาร, 7 กรกฎาคม 2563

จุฬาราชมนตรี ประกาศผลการดูดวงจันทร์ กำหนดวันรายออิฎิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะฮ์ ศักราช 1441 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563

23 พ.ค. 2020
131

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.40 น. ที่ศูนย์ประสานงานสำนักงานจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ อาคารมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ถนนลพบุรีราเมศวร์ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานประกาศผลการดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีฏิ้ลฟิตริ) ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 โดยให้ชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศ ดูดวงจันทร์ในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า

ทั้งนี้ ปรากฎว่า ในวันและเวลาดังกล่าว ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ จุฬาราชมนตรีจึงประกาศให้วันอีฏิ้ลฟิตริ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, รศ.ดร.อิสมาแอ อาลี รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี, ดร.วิสุทธิ์ บินล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสํานักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้, พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4/ ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 , พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ในการนี้ พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบของที่ระลึกให้แก่ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และประธานคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพัทลุง เพื่อเป็นการแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันอีฎิ้ลฟิตรี ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1441

สำหรับวันอิฎิ้ลฟิตริ เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลกวันหนึ่ง ซึ่งชาวมุสลิมได้เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อเฉลิมฉลอง หลังจากการถือศีลอดมาเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งในปีนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สำนักจุฬาราชมนตรี จึงขอให้พี่น้องมุสลิมทุกคนได้เฉลิมฉลองภายใต้มาตรการต่างๆ ที่สำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศไว้ ในประกาศฉบับที่ 6 เช่น งดการเลี้ยงสังสรรค์ที่ประกอบด้วยคนจำนวนมาก งดการสัมผัสมือหรือการโอบกอดกัน แต่ให้สลามด้วยการยกมือทักทาย นอกจากนี้ขอให้งดการไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ที่มีคนจำนวนมาก อีกทั้งให้มุสลิมทุกคนรักษาความสะอาดตลอดเวลาไม่ใช่เฉพาะช่วงอาบน้ำละหมาดเท่านั้น พร้อมการระวังป้องกันทางการแพทย์ เกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ โดยมาตรการเหล่านี้ จำเป็นต้องปฏิบัติต่อไปอย่างอดทน เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี