วันจันทร์, 6 กรกฎาคม 2563

เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติด…แม่ทัพภาค 4 แถลงผลการตรวจยึดยาไอซ์ และจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จชต.

29 มิ.ย. 2020
3168

จากกรณี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 63 เวลา 2230 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ติดตามบังคับใช้กฎหมายกับผู้ต้องหา จำนวน 1ราย ทราบชื่อ นาย กอเซ็ง เจะหะ อยู่บ้านเลขที่ 17ม.1ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนัก 250กิโลกรัม บริเวณด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา

เหตุเกิดขณะที่ นาย กอเซ็งๆ ขับรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-1693 ยะลา พร้อมซุกซ่อนยาไอซ์บริเวณกระบะท้าย เข้มายังด่านตรวจความมั่นคงบนควนมีด ซึ่งมีลักษณะต้องสงสัยเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถพร้อมทำการตรวจสอบโดยละเอียด พบถุงปุ๋ยสีขาวจำนวน 12 กระสอบ ข้างในบรรจุยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม จากนั้นจึงได้ควบคุมผู้ต้องหา เพื่อสอบสวนขยายผล เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ผลจากการซักถามผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าไอซ์ดังกล่าวเป็นของตนเอง มีนายมะติ รูเป๊ะ เป็นผู้ว่าจ้าง โดยไปรับยาไอซ์ มาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.63 เวลา 1500 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นาย กอเซ็งฯ ผู้ต้องหามาควบคุมตัวที่ฉก.กพ.6 เพื่อดำเนินการขยายผลในการจับกุม นายมะติง รูเป๊ะ ตามที่ให้การซักทอด โดยได้ให้นาย กอเซ็งฯ ติดต่อกับ นาย มะติงฯ เพื่อรับส่งยาเสพติด และให้ติต่อกับบุคคลที่เรียกว่า บาบอ ทราบชื่อภายหลังคือ นายยูโต๊ะ กามา และได้นัดหมายรับยาเสพติดบริเวณแยกลำพู อ.เมือง จ.นราธิวาส และในเวลา ประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จับกุนาย ยูโต๊ะฯ ได้ในขณะที่มารับยาเสพติดในบริเวณดังกล่าว และได้นำตัวไปตรวจคันบริเวณบ้านพัก เลขที่ 70ม.5ต.ลำพู อ..เมือง จ.นราธิวาส ผลการตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมและเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบหนึ่งรายการคือ รถยนต์มิตซูบิชิ สีขาวหมายเลขทะเบียน ฆก 4139 กทม.

จากนั้นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 63 เวลา 23.15 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายมะติง รูเป๊ะ ที่อยู่ 68/1 ม.12 ต.ลำไพ อ.เทพา จ.สขลา ขณะกำลังจะหลบหนีได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/5 ม.4 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลังจากจับกุมได้ทำการตรวจคันบนหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านกรรยาคนที่ 1 ของนาย มะดิงฯ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมจึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย

1.รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 1434 นราธิวาส จำนวน 1 คัน

2 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮ้อนด้าแจ็ส สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กด 4051 นราธิวาส จำนวน 1 คัน

3.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 บัญชี

4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

5.สร้อยข้อมือลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 2 เส้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 63 เวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ ม.1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 2 ของนาย มะดิงฯ ได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ จำนวน 6 รายการ ประกอบด้วย

  1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
  2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
  3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 3 บัญชี
  4. โฉนดที่ดิน จำนวน 1 ฉบับ
  5. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ compact (ไม่มีทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก
  6. เครื่องกระสุนขนาด 9 มม จำนวน 6 นัด

ในวันเดียวกัน เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 36/4 ม.1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาว นุรชุรีชาฯ ผลการตรวจคันไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ จำนวน 7 รายการ ประกอบด้วย

1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทาแดง หมายลกะเบียน 1 กฐ 3361 นราธิวาส จำนวน 1 คัน

2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 คัน

3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเขียวหายลหะเบียน 1 กฎ 674 นราธิวาส จำนวน 1 คัน

4.รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บจ 4064 นราธิวาส

5.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 6361 สงขลา

6.รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กจ 7487 นราธิวาส

7.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี

การปฏิบัติดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากเครือข่ายกลุ่มนี้เป็นเครือข่ายยาเสพติดที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ทำการสืบสวนและมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเครือข่ายกลุ่มนักค้ายาเสพติดทางภาคใต้ที่มีข้อมูลอยู่ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์โควิด 19 ระบาด มีการออกมาตรการ ล็อกดาวน์ปิดด่านพรมแดนระหว่างประเทศของรัฐบาล ซึ่งทำให้นักค้ายาเสพติดได้หันไปส่งยาเสพติดทางระบบโลจิสติกส์ และเมื่อสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง การขนส่งมีความสะดวกขึ้นทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงได้เพิ่มความเข้มขั้นและให้ความสำคัญในการสกัดการลำเลียงยาเสพติด และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบรถในกลุ่มเป้าหมายมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว จึงทำการสืบสวนและติดตามจนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เคยต้องโทษในคดียาเสพติด โดยได้รู้จักกันในเรือนจำสงขลาและเพิ่งพันโทษออกมาได้เพียง 5 ปี และเมื่อออกจากเรือนจำก็ยังมีการกระทำความผิดซ้ำแบบเดิมอีกพฤติการณ์กลุ่มนักค้ายาเสพติดกลุ่มนี้จะใช้รถบรรทุกขึ้นไปรับยาเสพติดและลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ปริมณฑลเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยรับค่าจ้างครั้งละ 1 ล้านบาท จากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 สามารถยายผลนำไปสู่การยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน.โดยมีทั้งรถยนต์ รถบรรทุก โฉนดที่ดิน ทองคำ โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สินและขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มนี้ต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป รวมถึงมาตรการทางกฎหมายกับผู้ค้ารายใหญ่ จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ ควบคู่กับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด โดยจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เข้าพบปะผู้นำสีเสาหลักเพื่อขอความร่วมมือในการชักชวนผู้ติดสารเสพติดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพอย่างต่อเนื่อง หากพี่น้องประชาชนมีเบาะแสยาเสพติดหรือผู้ต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่สามารณแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-1732999 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

———————