วันพฤหัสบดี, 3 ธันวาคม 2563

คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปะผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หารือการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข

หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ พบปะผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 23 ก.ค. 63 พลเอก วัลลภ รักเสนาะ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลโท สวัสดิ์ ชนะจิตราสกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เดินทางลงพื้นที่พบปะหารือร่วมกับนายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง ที่หอประชุมบรมราชกุมารีสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส

พลเอก วัลลภฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ซึ่งจะเห็นได้จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นโยบายและแผนความมั่นคง รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล ที่จะใช้การพูดคุยซึ่งเป็นแนวทางสันติวิธีในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศชาติมีความสงบสุขและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งในวันนี้ (23 ก.ค. 63) ตั้งใจมาเยี่ยมเยียนประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพูดคุยฯ ซึ่งความเห็นที่สอดคล้องกันมากที่สุด คือ อยากให้พื้นที่มีความสงบสุข การใช้ความรุนแรงไม่เกิดประโยชน์ทำให้เกิดผลกระทบความเสียหาย ถ้าเราใช้สันติวิธีด้วยการพูดคุย มุ่งมั่นให้เกิดความสงบสุข ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องความเป็นอยู่และการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงประเทศชาติต่อไป

พลเอก วัลลภฯ กล่าวย้ำว่า จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และจะนำไปกลั่นกรองวิเคราะห์ แล้วนำไปพูดคุยหาทางออกกับฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการพูดคุยที่ประเทศมาเลเซียไปแล้ว 2 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมและเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตามแผนจะมีการพูดคุยกัน 2 เดือนครั้ง แต่หลังจากเกิดสถานการณ์ COVID-19 ทำให้พูดคุยหยุดชะงักลงไป แต่ยังมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคมและประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อนำข้อคิดเห็นที่รวบรวมมาไปเตรียมการในการพูดคุยครั้งต่อไปหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย