วันเสาร์, 19 กันยายน 2563

ยะลาผลักดันศูนย์ขยายพันธุ์ไผ่ สร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงในพื้นที่

เมื่อวันที่ (5 สิงหาคม 2563) ที่ศูนย์เพาะ-ขยายพันธุ์ไผ่ กลุ่มวิสาหกิจทายาทเกษตรกร ตำบลยะต๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดศูนย์เพาะ-ขยายพันธุ์ไผ่ กลุ่มวิสาหกิจทายาทเกษตรกรตำบลยะต๊ะ และลงนามความร่วมมือ MOU ระหว่างผู้ประกอบการเครือบริษัท ดับเบิ้ลไนน์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ พร้อมทั้งปล่อยคาราวานรถบรรทุกไผ่ 10 ล้อ 3 คันรถ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพืชพลังงานพื้นที่ 30,000 ไร่ โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา นายอำเภอรามัน ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดยะลา เกษตรจังหวัด ผู้แทนผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ และสื่อมวลชน ตลอดจนประชาชน เข้าร่วมในกิจกรรม

กิจกรรมในวันนี้เป็นความร่วมมือของสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการกิจกรรมส่งเสริมการทำการเกษตรผสมผสาน “การปลูกไผ่เศรษฐกิจ” พืชแห่งอนาคตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 5,824 ไร่ สนับสนุนผ่าน 4 วิสาหกิจชุมชน

ขณะนี้ วิสาหกิจชุมชนกำลังดำเนินการ และมีกิจกรรมการขยายผลจากโครงการฯ คือ การจัดตั้งศูนย์ขยายพันธุ์ไผ่ พืชพลังงาน และไม้มีค่าของวิสาหกิจชุมชน และการกำหนดจัดกิจกรรมเปิดศูนย์ขยายพันธุ์ไผ่ พืชพลังงานและไม้มีค่าในวันนี้ เพื่อเป็นแหล่งขยายพันธุ์กล้าไม้ไผ่ พลังงานและไม่มีค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มการผลิตกล้าไม้ในพื้นที่ ลดการนำเข้าจากข้างนอก และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ฝึกอาชีพแก่ชุมชน และเครือข่ายผู้มีความสนใจ

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะหาความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจในหลาย ๆ รูปแบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกไผ่พลังงานที่ถือเป็นปลายน้ำที่สำคัญของโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ร่วมทั้งต่างประเทศ และปีที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้มีการทำลงนาม MOU ร่วมกับประเทศเกาหลี ที่จะมาตั้งโรงงานรับซื้อผลผลิตชีวมวลจากไผ่ โดยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีโรงไฟฟ้าอยู่ 18 แห่ง ในวันนี้เป็นการนำร่องขยายในพื้นที่ ซึ่งมีความมั่นใจว่าโรงไฟฟ้าจะสามารถรองรับผลผลิตของผู้ประกอบการในพื้นที่ เป็นอีกก้าวหนึ่งของความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะต้องสร้างรายได้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

วันนี้เราได้เห็นทายาทเกษตรในการที่จะเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ และการปลูก ในอนาคตข้างหน้าไผ่จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับที่อยู่อาศัย และสามารถแปรรูปได้อีกหลาย ๆ อย่าง เรามีสถาบันการศึกษาในพื้นที่ให้การสนับสนุนศึกษาให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา เราอยู่กับพืชเชิงเดียวมาหลายกว่า 10 ปี และวันนี้ทุกอย่างจะครบวงจรคืนความสมบูรณ์ให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการปลูกไผ่จะอยู่ได้นานถึง 80 ปี เป็นการคืนความสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มั่นคง และยั่งยืนอย่างแท้จริง

เลขาธิการ ศอ.บต. ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน รวมถึงแรงงานไทยที่กลับจากประเทศมาเลเซีย จากผลกระทบของโรค COVID-19 สามารถเข้าร่วมกับวิสาหกิจชุมชนในการปลูกไผ่ เรามีผู้ประกอบการที่รองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ขอให้มั่นใจรัฐพร้อมช่วยให้ทุกคนมีรายได้มีที่ยืนที่มั่นคงในพื้นที่

โดยภายในกิจกรรมมีการมีเยี่ยมชมแปลงแม่พันธุ์ไผ่ซางหม่น และสาธิตการเตรียมต้นพันธุ์ การรายงานความก้าวหน้า และการเปิดเวทีรับฟังผลการขับเคลื่อนโครงการไผ่เศรษฐกิจและแผนงานกิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อขยายและพัฒนาการผลิตกล้าไม้และพันธุ์ไผ่ในพื้นที่ ส่งเสริมให้มีการปลูกในพื้นที่ที่ว่างเปล่ารวมทั้งให้มีการกระจายการปลูกมากขึ้น ให้สามารถเป็นพืชอาชีพใหม่ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ อีกด้วย

——————–