วันศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2563

แม่ทัพภาค 4 ต้อนรับทูตสวิส แลกเปลี่ยนข้อมูลอันเป็นประโยชน์ยันดับไฟใต้ไม่มีละเมิดสิทธิฯ

มทภ.4 ให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนข้อมูลอันเป็นประโยชน์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2563 ที่ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ นาง เฮเลน บูลิเก้อร์ อาร์ทิดา เอกอัครราชทูตสมาพันธ์ สวิตเซอร์แลนด์ประจําประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเดินทางมาราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับทราบสถานการณ์ เหตุการณ์ในพื้นที่ และรับฟังนโยบายแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงภาคประชาสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล อันเป็นประโยชน์ ที่จะนำไปประยุกต์ปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ เหตุการณ์ในพื้นที่ว่า “สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ปัจจุบันมีสถิติลดลงเป็นลำดับ เนื่องจากมีความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และการขับเคลื่อนด้วยสภาสันติสุขตำบล เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนกระบวนการพูดคุย กับกลุ่มผู้เห็นต่าง ผ่านตัวกลางในการพูดคุย ทั้งในและต่างประเทศ เราให้เกียรติกันในความคิด เพื่อรับทราบความต้องการ นำเข้าสู่กระบวนการเพื่อหาทางออกในส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่เส้นทางเพื่อสร้างสันติสุข โดยได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เสมอ ให้การปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เน้นการพูดคุย เจรจา ด้วยสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง  พร้อมให้โอกาส ต่อผู้ที่กลับใจ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาร่วมสร้างสันติสุขด้วยกัน ส่วนด้านกระบวนการทางกฎหมายยืนยันว่า ไม่มีการละเมิดในสิทธิมนุษยชนต่อผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตรวจสอบได้  โดยดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อเฉพาะผู้กระทำผิดในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่พื้นที่ขัดแย้งกันด้วยอาวุธ แต่เคารพถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ”

โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้ามีภารกิจในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการแสวงหาทางออก ด้วยสันติวิธี โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่มีสถิติลดลงไปเป็นอย่างมาก   โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งยังกำหนดแผนพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรมเศรษฐกิจ และการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างงานและความร่วมมือในการเสริมสร้างความสงบสุขรวมถึงสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้ได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น สถานการณ์ในภาพรวมก็พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยลำดับ