วันศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2563

จับยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ด ลอบขนส่งผ่านทางบริษัทเอกชนชื่อดัง ลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 2 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท หลังลักลอบขนส่งทางบริษัทเอกชนชื่อดัง ลงมายังพื้นที่ อ.เมืองตรัง และ อ.กันตัง เพื่อพักรอกระจายต่อไปในจังหวัดภาคใต้ตอนกลาง

เมื่อ 14 พ.ย. 63 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 พร้อมด้วย นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง, พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และนายพงศธร ธรรมขาติ ผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ได้แถลงข่าวการจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 2,020,000 เม็ด พร้อมกับยาไอซ์ จำนวน 300 กรัม รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 61 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กองกำกับการ 2 กองบังคับการ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราบยาเสพติด และชุดขยายผลยาเสพติด จ.ตรัง สามารถจับกุมยาบ้าได้ จำนวน 1 ล้านเม็ด ที่บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่หมู่ 8 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง จากนั้นได้เร่งทำการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่าจะมียาบ้าเดินทางมาเพิ่มเติมอีก จำนวน 1 ล้านเม็ด โดยส่งมาที่บริษัท เคอรี่เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน สาขา ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง

ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเดินทางเข้าไปจับกุมตรวจยึดมาได้ และสืบสวนขยายผลต่อ ก่อนยึดยาบ้าได้เพิ่มอีกในวันที่ 13 พ.ย.อีกจำนวน 20,000 เม็ด พร้อมยาไอซ์ จำนวน 300 กรัม ที่บริเวณศูนย์กระจายสินค้า บริษัท เคอรี่เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน สาขา ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง แต่ทั้งนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหาผู้ส่ง และผู้รับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดได้ จำนวน 29,280 ราย ผู้ต้องหา 31,333 คน โดยของกลางสำคัญที่ยึดได้ ประกอบด้วย ยาบ้า จำนวนกว่า 14 ล้าน 7 แสนเม็ด, เฮโรอีน จำนวน 90 กิโลกรัม, ยาไอซ์ จำนวน 2,651 กิโลกรัม และกัญชา จำนวน 2,335 กิโลกรัม

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 กล่าวว่า จากการตรวจสอบยาบ้าล็อตนี้ พบว่าเป็นของเครือข่าย นายทศวัศ (บอส) แป้นชุม เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี แต่ยังคงกระทำผิด ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยยาทั้งหมดจะนำมาพักเพื่อกระจายลงตามจังหวัดต่างๆ ทั้ง จ.ตรัง กระบี่ พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช ด้านนายพงศธร ธรรมชาติ ผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 กล่าวว่า ปัจจุบันเครือข่ายยาเสพติดจะหันไปส่งของผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนมากขึ้น เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย จึงสร้างความยากลำบากให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานปราบปราม ส่วนคดีนี้สนธิกำลังกันหลายฝ่าย ทั้งในพื้นที่ จ.ตรัง ระดับภาค และชุดปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทาง ทำให้ทราบว่าก่อนยาเสพติดจะเดินทางมาถึง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่เคอรี่ สาขารัตนาธิเบศก์ และสาขาลาดพร้าว พบบุคคลต้องสงสัยเดินทางไปซื้อกล่องเพื่อนำยาบ้าไปบรรจุ ขณะนี้ได้เข้าตรวจพิสูจน์แกะรอยคนซื้อ และรถที่เป็นยานพาหนะเพื่อจะได้ติดตามคนร้ายต่อไป

ส่วนตัวการใหญ่จะไม่อยู่ใกล้ยาเสพติด และไม่แตะต้องเลย แต่จะสั่งการสื่อสารทางสื่อโซเชียลต่างๆ รวมทั้งการโอนเงิน จึงยากต่อการติดตามจับกุม ซึ่งทาง ป.ป.ส.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาตามมาตรการ พ.ร.บ.กระทำความผิดมาตรา 6 และมาตรา 8 ในกรณีการสมคบคิด สนับสนุน ช่วยเหลือ มาดำเนินการเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะนายทุนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด