วันศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2563

ผอ.รมน.ภาค 4 ร่วมรับฟังสรุปผลการดำเนินงาน กอ.รมน.จ.ยะลา พร้อมสานต่อนโยบายเดิม เร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ จชต.ในทุกมิติ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17.00 น. ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมรับฟังสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2563 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา พร้อมมอบนโยบายและแนวทางในการดำเนินงานแก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา ในปีงบประมาณใหม่ 2564 โดยมี นายชัยสิทธิ์  พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในนามผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พลตรี อุทิศ  อนันตนานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า วันนี้ได้มารับฟังผลการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา ประจำปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าการดำเนินงานประสบผลสัมฤทธิ์ที่ดี ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มอบหมายยัง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา ได้ใช้ปฏิบัติในปีงบประมาณใหม่ 2564 ยังคงยึดถือแนวทางเดิม ตามหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนพร้อมดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนโยบายสำคัญ 5 ประการ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่, การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน, การส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม, การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการการแก้ไขปัญหาของพื้นที่จากความต้องการของประชาชนผ่านทางสภาสันติสุขตําบล ร่วมกันเดินหน้าสร้างสังคมสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนได้ร่วมกันดูแลพื้นที่จังหวัดยะลาในช่วงของสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ซึ่งทุกภาคส่วนร่วมกันเฝ้าระวังดูแลพื้นที่และพี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้น จนสถานการณ์ ณ ปัจจุบันคลี่คลายลง และที่สำคัญคือการเฝ้าระวังแนวด่านชายแดนไทย – มาเลเซีย ที่หลายหน่วยงานได้ผนึกกำลังกันเฝ้าระวังตรวจสอบผู้ที่เดินทางผ่านเข้า – ออก ตามแนวด่านชายแดน เพราะในประเทศมาเลเซียมีสองรัฐที่ติดกับอาณาเขตประเทศไทยและมีผู้ติด covid – 19 จำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการแบ่งกำลังเข้าไปดูแลตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้า – ออกด่านชายแดน รวมถึงผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศโดยช่องทางธรรมชาติ ซึ่งจะนำเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วันหรือ Quarantine โดยไม่มีข้อยกเว้น