วันเสาร์, 13 สิงหาคม 2565

สังคมพหุวัฒนธรรม….สังคมแห่งวิถีเมืองปัตตานี (SATU PADU) เพราะเราคือพี่น้องกัน.

11 ธ.ค. 2020
1529

แม้ว่าปัตตานีจะเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดสถานการณ์ความไม่สงบอยู่เนือง ๆ จนต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัตตานี เป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ที่ชาวไทยพุทธ-มุสลิม คริสต์ และคนไทยเชื้อชาติจีน อาศัยอยู่ร่วมกันและใช้ชีวิตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ด้วยกันอย่างลงตัว

อย่างเช่นในเช้าตรู่ของทุกๆ วัน ชาวพุทธจะยืนรอตักบาตรพระสงฆ์สูงอายุรูปหนึ่ง ที่มารับบาตรโดยนั่งรถสามล้อถีบพ่วงที่มีคนขี่เป็นชายชาวมุสลิม แสดงให้เห็นถึงความเป็นพี่น้องกัน (SATU PADU) เป็นภาพที่เจนตาแก่ผู้ที่ผ่านไปมาบนถนนบริเวณในเมืองปัตตานี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความสะดวกและดูแลความปลอดภัยเป็นระยะๆ

แม้คนไทยทั่วประเทศจะมองว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้อันตรายและน่ากลัว แต่ผู้คนก็ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ยังคงออกจากบ้านมาเพื่อประกอบอาชีพ เข้าร้านเพื่อรับประทานอาหาร ออกมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดเป็นปกติ ส่วนชาวประมงก็ยังคงหาปลา เด็กยังคงเล่นและอยากรู้อยากเห็นตามประสา ในเวลาเย็น ผู้คนยังออกมาเดินเล่นเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย

ปัตตานียังคงความเข้มแข็งของชุมชนนอกจากจะเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยเป็นเกราะกำบังให้กับชุมชนห่างไกลยาเสพติด และไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดี แม้มีความต่าง แต่ทุกๆ ศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และอยู่อย่างไม่เบียดเบียนกัน คนมุสลิมภูมิใจในมัสยิด ชาวพุทธภูมิใจในวัด ชาวคริสต์ภูมิใจในโบสถ์ และชาวจีนภูมิใจในศาลเจ้า หากมีกิจกรรมและงานประเพณีต่าง ๆ ก็จะทำกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอดโดยอยู่บนพื้นฐานของหลักศาสนาและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ,ไทยมุสลิม,คริสต์ และคนไทยเชื้อชาติจีน ความงดงามทางวัฒนธรรมยังได้ถูกถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังจากรุ่นสู่รุ่น พ่อแม่ปู่ย่าตายายล้วนปลูกฝังถึงความผูกพันที่มีร่วมกันมาแต่โบราณ สั่งสอนลูกหลานว่า พุทธ,คริสต์,อิสลาม หรือแม้แต่ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นต้องไม่ทิ้งกัน เพราะเราคือพี่น้องกัน (SATU PADU) ที่สำคัญเรายังมีองค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก จึงแน่ใจได้ว่า สันติสุขจะยังอยู่คู่กับชุมชนพหุวัฒนธรรมแห่งนี้อีกนานเท่านาน…

 

—————————