วันจันทร์, 18 มกราคม 2564

ฝ่ายความมั่นคงเบตง ออกลาดตระเวนเส้นทางธรรมชาติ ป้องกันการลักลอบเข้าไทยผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ (12 ม.ค. 64) บรรยากาศเมืองราวัง ในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ประชาชนยังคงออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านขายยา พร้อมจำกัดจำนวนคนเข้าร้าน เพื่อลดความแออัดและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย โดยทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ก่อนที่จะมีประกาศคำสั่งควบคุมการเดินทาง หรือ MCO มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 14 วันต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 13 – 26 มกราคม 2564 โดยล่าสุด หลังสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์ กษัตริย์แห่งมาเลเซีย ทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศมาเลเซีย โดยมีผลถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 หรืออาจเร็วกว่านั้น และขอให้ประชาชนชาวมาเลเซียอยู่ในความสงบและปรับตัวภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงมาตรการควบคุมและจำกัดการเดินทางและเคลื่อนที่ หรือ MCO โดยห้ามการเข้า-ออกในพื้นที่ดังกล่าว ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในมาเลเซีย วันนี้ 12 มกราคม 2564 พบว่า มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 2,232 ราย ส่งผลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งเป็น 138,234 ราย อยู่อันดับ 69 ของโลก และอันดับ 3 ในอาเซียน ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเป็น 555 ราย อยู่อันดับที่ 4 ของอาเซียน 

นายบาราเฮง ปุโรง แรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ตนกับเพื่อนได้เปิดร้านอาหารที่เมืองราวัง ในรัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทางร้านได้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียอย่างเคร่งครัด ทุกคนที่เข้า- ออก ร้าน ต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ปฏิบัติตามมาตรการของทางการมาเลเซียอย่างเคร่งครัด เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 06.00-18.00 น. ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้ลุกค้านั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ต้องซื้อกลับไปทานที่บ้าน ซึ่งตนและเพื่อน ๆ คิดถึงบ้านที่ จ.ยะลา อยากกลับไปหาครอบครัว แต่กลับเข้าไทยแล้วกลัวจะตกงาน และไม่รู้จะได้กลับมาทำงานที่มาเลได้อีกเมื่อไร เพราะเพื่อน ๆ ที่กลับไปก่อนหน้านี้ ร้านเช่าโดนยึดเพราะค้างค่าเช่า ก็ต้องยอมเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าร้าน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19  

 ทางด้านนายสุริยา บุญพันธ์ ปลัดอาวุโส อำเภอเบตง รักษาราชการแทนนายอำเภอเบตง ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทั้งทหารป้องกันชายแดน ตํารวจตระเวนชายแดน และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกําลังออกลาดตระเวนเส้นทางธรรมชาติ ตามแนวกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าว และป้องกันแรงงานไทยในประเทศมาเลเซียอาจจะหลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศมาเลเซียมียอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ

ขณะที่เพจกงสุลไทย กัวลาลัมเปอร์ ได้แจ้งชาวไทยที่อาศัยในมาเลเซีย ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ช่วงที่มีการบังคับใช้มาตรการควบคุมการสัญจร (MCO) 13 – 26  ม.ค. 2564  ฝ่ายกงสุลเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.30 – 12.30 และ 14.30 – 16.30 น. โดยจะให้บริการทุกประเภทเฉพาะกรณีที่นัดหมายวันและเวลารับบริการล่วงหน้าแล้วเท่านั้น  เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดและเพื่อการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยสามารถทำนัดหมายที่เว็บไซต์ http://LNY.IO/RTEKL

   อนึ่ง ผู้ที่ทำหนังสือเดินทางแล้วจะยังไม่มีการกำหนดวันรับเล่มหนังสือเดินทาง เนื่องจากปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านการขนส่งเล่มหนังสือเดินทางมาจากประเทศไทยอันเนื่องมาจากสายการบินมักยกเลิกเที่ยวบินในช่วงปัจจุบัน   

สำหรับกรณีจำเป็นเร่งด่วน และท่านไม่สามารถทำนัดหมายผ่านเว็บไซต์ข้างต้นได้ เช่น กรณีคนไทยเสียชีวิตจำเป็นต้องเร่งทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือกรณีที่ประสงค์จะขอทำเอกสารเดินทางฉุกเฉินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยในทันที โปรดติดต่อฝ่ายกงสุลที่หมายเลข +6017 700 4822 เพื่อแจ้งเหตุผลความจำเป็นโดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณานัดหมายให้เป็นรายกรณี    ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนไทยในมาเลเซียโปรดปฏิบัติตามมาตรการของทางการมาเลเซียอย่างเคร่งครัด หากไม่จำเป็นยังไม่ต้องรีบเดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตฯ และพยายามอยู่ในที่พักให้มากที่สุด หากต้องการความช่วยเหลือ โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลข +6017 700 4822

————————