วันพุธ, 23 มิถุนายน 2564

ผบ.ฉก.นราฯสร้างเข้าใจ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ “โครงการเสริมสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย”

เมื่อวันนี้ 8 มิถุนายน 2564 เวลา 1600 น. พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  พร้อมด้วย รองผู้บังคับชุดควบคุมป้องกันชายแดน  และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จัดชุดประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชุมชนบ้านศรีพงัน หมู่3 ตำบลเกาะสะท้อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จึงอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสุไหงโกลก

เพื่อทราบถึงเหตุผลความจำเป็น ในการสร้างรั้วตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดระเบียบตามแนวชายแดนเสริมสร้างความมั่นคง ในพื้นที่ อำเภอตากใบ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกัน สกัดกั้น ยับยั้ง การลักลอบขนย้าย อาวุธ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ และการคัดกรองบุคคล ตลอดจนเพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือ โรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และในระยะยาวเพื่อเป็นการพัฒนา ระบบบริหารจัดการ พื้นที่ชายแดน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด  เพื่อให้พื้นที่ชายแดน มีความมั่นคงปลอดภัย  สนับสนุน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริเวณแนวชายแดน อีกทั้งยังเป็นรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

สำหรับโครงการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย – มาเลเชีย ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส มีเป้าหมายเพื่อลดเหตุรุนแรง ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การผ่านข้ามแดน เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และเกิดความร่วมมือของภาครัฐในระดับต่าง ๆระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ

 กอ.รมน.ภาค 4 สน. โดยมอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส หน่วยดำเนินงานแผนงานโครงการ ซึ่งมีการขั้นตอนการดำเนินโครงการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ,ระยะที่ 2 การสร้างรั้วชายแดน และ

ระยะที่ 3 การสร้างฐานปฏิบัติการ ซึ่งโครงการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย – มาเลเชีย ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส  ตามที่ กอ.รมน. กำหนด ประกอบด้วย 1. การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก บริเวณเขต อ.ตากใบ มีระยะทาง 7.528 กิโลเมตร ,2. ก่อสร้างรั้วตาข่ายเหล็กชายแดนสูง 2 เมตร ระยะทาง 15 กิโลเมตร , 3. ก่อสร้างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวทางชายแดน ระยะทาง 6 กิโลเมตร บริเวณชุมชนบ้านตาบา ต.เจ๊ะเห ต.เกาะสะท้อน ต.โฆษิต และ ต.นานาค และ 4. การสร้างฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนไทย-มาเลเซีย จำนวน 3 ฐาน ในพื้นที่บ้านตะเหลียง ต.เกาะสะท้อน บ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน และบ้านตาเซะ ต.นานาค อ.ตากใบ

ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่าโครงการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย นั้นดำเนินงานตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในคราวประชุมขับเคลื่อนที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเดือน พ.ย.2560 จากนั้นในการประชุมร่วมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับหน่วยงานล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค.2563 กอ.รมน.ได้รับความเห็นชอบให้ขอรับสนับสนุนงบกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เป็นกรณีเร่งด่วนในการดำเนินโครงการ เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ รวมถึงควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่ง กอ.รมน. มีแผนงานก่อสร้างระหว่างเดือน ต.ค.2564-ก.ย.2567 อย่างไรก็ตามผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต. ยังคงใช้พื้นที่ บริเวณแนวชายแดนในการเคลื่อนไหวเพื่อก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเขตจังหวัดนราธิวาส โดยเมื่อก่อเหตุแล้ว จะทำการแทรกซึมหลบหนี ข้ามแดนเข้าไปอยู่ในฝั่งมาเลเซีย ด้านตรงข้ามจังหวัดนราธิวาส   ซึ่งมีพื้นที่ทางน้ำ 95 กิโลเมตร และทางพื้นดิน 79 กิโลเมตร จึงมีความจำเป็นในการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน และเห็นว่า โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยในการสนับสนุนภารกิจการป้องกันชายแดนตามยุทธศาสตร์การป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง พร้อมทั้งช่วยเสริมศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการสูญเสียดินแดนจากน้ำกัดเซาะตลิ่งได้อีกด้วย.

—————————–