วันศุกร์, 6 สิงหาคม 2564

ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง! ผบ.ฉก.นราธิวาส ร่วมฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติควบคุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย พื้นที่นราธิวาส

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 1500 พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์การควบคุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ในห้วงประเทศมาเลเซียล็อกดาวน์ประเทศครบ 14 วัน ในระยะแรก ณ  ที่บังคับการทางยุทธวิธี หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  ( หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ) หมู่8 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส  โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติ ในการควบคุมพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 1 – 14 มิถุนายน 2564 ทางผ่านมา มีสถิติการข้ามแดนถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย รวม  58 คน แยกเป็นประเภท การข้ามแดนโดยถูกกฎหมาย ผ่านด่านศุลกากรสุไหงโกลก จำนวน 11 คน และการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ที่ลักลอบผ่านแดนช่องทางธรรมชาติ จำนวน 47 คน ทั้งทางด้าน อ.ตากใบ ที่ตรวจพบ ได้แก่ ด่านโคกมะเฟือง  และทางด้าน อ.สุไหงโกลก ที่ตรวจพบได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และสถานีรถไฟสุไหงโกลก

จากกรณีดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทเช่น คือ ผู้ข้ามแดนโดยถูกกฎหมาย จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองจากทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสุไหงโกลก   และ ทีมสาธารณสุขอำเภอสุไหงโกลก จากนั้น ส่งต่อศูนย์ Local quarantine ตามภูมิลำเนาจังหวัด ส่วนผู้ที่ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ จะต้องทำการควบคุมตัว ประสานรถจาก ศปก.อ.สุไหงโกลก รับผู้ลักลอบผ่านแดน ไปส่ง  ณ ด่านศุลกากรสุไหงโกลก  เพื่อทำการคัดกรองโรค และเปรียบเทียบปรับ จากนั้นส่งต่อศูนย์ Local quarantine ตามภูมิลำเนาจังหวัด (กรณีภูมิลำเนาอยู่นอก 3 จชต. ทำการกักตัว ณ Local Quarantien จ.นราธิวาส  แต่ในกรณีที่เป็น แรงงานต่างด้าวลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย จะประสานรถจาก ศปก.อ.สุไหงโกลก รับตัวผู้ลักลอบผ่านแดน ไปส่ง      ณ Local Quarantien สนามกีฬามหาราช ดำเนินการกักตัวให้ครบ 14 วัน ณ Local Quarantien และให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.นราธิวาส ดำเนินการต่อตามกรรมวิธีต่อไป

โดยที่ผ่านมา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าสาธารณสุขเตรียมความพร้อมสำหรับประเทศมาเลเซียที่จะเข้าสู่มาตรการการปิดเมืองระยะที่ 2 ซึ่งจะอนุญาตให้ธุรกิจบางส่วน ที่เป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มาก เริ่มปิดบริการอีกครั้งต่อไปอีก 4 สัปดาห์โดยได้จัดชุดปฎิบัติการจรยุทธ์ (ชป.จรยุทธ์) ทำการลาดตระเวนป้องกันการลักลอบข้ามแดน บริเวณตามแนวชายแดนช่องทางธรรมชาติ พร้อมทั้งได้จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) เป็นชุดสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เข้าพบปะทำการประชาสัมพันธ์ และสร้างความตระหนักรู้ การลักลอบผ่านแดนผิดกฎหมายนำมาซึ่ง มาตรการการป้องกันโรคโควิด 19  รวมถึงการใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ อากาศยานไร้คนขับ(โดรน) ทำการบิน ลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย  ตลอดจนขอความร่วมมือ จากเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ช่วยเป็นหูเป็นตา มีการตั้งจุดตรวจ จุดคัดกรอง และคอยแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่กำลังระบาดอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลับเข้ามาในประเทศไทยได้อีก

 

————————————-