วันศุกร์, 6 สิงหาคม 2564

ชี้แจงความคืบหน้า จนท.บังคับใช้กฎหมายจับกุมและวิสามัญคนร้าย ในพื้นที่ บ้านชะเมาสามต้น และบ้านบือแนบาแด อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่ บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบรอน และ บ้านบือแนบาแด ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้กำลังพลบาดเจ็บ 3 นาย ผู้ก่อเหตุรุนแรง เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 06.30 น.

ล่าสุดวันนี้ (6 กรกฎาคม 2564) เวลา 09.00 น. พันเอก เกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการขยายผลจากแหล่งข่าวหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สืบทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายเข้ามากบดานในพื้นที่จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ป่าละเมาะ บ้านชะเมาสามต้น ตำบลเตราะบรอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยกลุ่มคนร้าย เมื่อตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมเข้ามา จึงได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงใส่ เพื่อเปิดทางหลบหนี โดยกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีเป็น 2 ชุด ชุดแรกเข้าไปหลบซ่อนอยู่ใน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนามะอูฮัดซูบูลูซซาลาม บ้านชะเมาสามต้น หมู่ที่ 5 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ส่วนอีกชุดหลบหนีเข้าไปในป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดที่พักของกลุ่มคนร้ายได้ ซึ่งมีการกางเต็นท์ 2 จุด มีอุปกรณ์สนาม อาหารแห้ง รองเท้าแตะ และยังพบซองกระสุนปืนอาวุธสงคราม รวมทั้งยังพบรอยเลือดหยดเป็นทาง คาดว่าคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บขณะยิงต่อสู้เพื่อเปิดทางและหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวภายในบ้านดังกล่าว

ทั้งนี้หลังจาก พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับรายงานเหตุการณ์จึงได้กำชับหน่วยหน่วยให้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นจากเบาไปหาหนัก และเชิญผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาพื้นที่ รวมทั้งญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เกลี่ยกล่อม ให้ยอมเข้ามอบตัว และให้มีการปฏิบัติอย่างรัดกุม แต่กลุ่มคนร้ายยังคงหลบซ่อนภายในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนามะอูฮัดซูบูลูซซาลาม และได้ขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย

1️ ส.ต.อ.ธงชัย  ศรีสวัสดิ์ ผบ.หมู่ สังกัด กก.3 บก.สอ.บช.ตชด. โดนสะเก็ตระเบิดขาด้านซ้าย,บริเวณหลังมือขวา,ซ้ายโครงด้านขวา และท้ายทอย

2️ อส.ทพ.วิโรจน์  ภัยชำนาญ รอง ผบ.ชป. สังกัด ร้อย.ทพ.4309 โดนแรงอัดจากระเบิด อาการเบื้องต้นแน่นหน้าอกและมีอาการหูอื้อข้างขวา

3️ ส.ต.ท.ธีรณัฐ  นิตยวิมล สืบ จว.ฯ มีแผลถลอกเหนือคิ้ว 2 ซม. บาดเจ็บที่ขาข้างขวาข้อเท้ากระแทกพื้นบวมปวดไม่ผิดรูป อาการรู้สึกตัวดีไม่มีแผลเปิด

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพิสูจน์ทราบ พบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 2 ราย หนึ่งในนั้น คือ นายคูไมดี  รีจิ อายุ 33 ปี ข้างศพพบ อาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอก มีภูมิลำเนา อยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พฤติกรรม : เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย ที่สำคัญคือคดีปล้นร้านทองสุธาดา ในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 และเคยถูกควบคุมตัว 3 ครั้ง ซึ่งการควบคุมตัวครั้งล่าสุด ได้ส่งดำเนินคดีและหนีการประกันตัว จนมายิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนอีกหนึ่งรายตรวจพบเสียชีวิตพร้อมด้วยปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ข้างตัว จำนวน 1 กระบอก ยังรอการพิสูจน์อัตลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป 

ส่วนในพื้นที่ บ้านบือแนบาแด ตำบลกะดุนง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมมาตั้งแต่ เวลา 06.30 น. ของเมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม 2564 )และกระชับวงล้อมเข้าไปจนตรวจพบที่พักพิงพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้ใช้สุนัขดมกลิ่นเข้าพิสูจน์ทราบ กลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนภายในวงล้อมเห็นดังนั้นจึงได้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่ ทำให้สุนัขได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู ขณะนี้ยังคงปิดล้อมเป้าหมาย ซึ่งคาดว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบซ่อนอยู่ประมาณ 6 – 7 คน สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้น ด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้ จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าวรวมทั้ง ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแสให้แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.รมน.ภาค 4 ทราบโดยตรง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 061 – 173 – 2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

————————